IMF-World Bank 2026: กสิกรไทยเผยทางออก SME กู้เงินไร้หลักทรัพย์
สรุปเซสชัน MSME Finance จากงาน IMF-World Bank 2026 ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2026 โดยคุณขัตติยา อินทรวิชัย CEO ธนาคารกสิกรไทย และผู้บริหารระดับโลก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- SME ในประเทศกำลังพัฒนาขาดเงินทุนรวมกันกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี
- ข้อมูลกระแสเงินสดดิจิทัลและ QR Payment กลายมาเป็นหลักประกันชิ้นใหม่
- KBank เผยความท้าทายจากยอดขายเงินสดและการปะปนของบัญชีส่วนตัวกับธุรกิจ
- ธุรกิจที่เข้าถึงสินเชื่อเติบโตเฉลี่ย 19.4% ในช่วงปีครึ่งถึงสองปีตามข้อมูลจาก Konfío
การประชุม IMF-World Bank Annual Meetings 2026 ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2026 ได้จัดเวทีเสวนาสำคัญในหัวข้อ "MSME Finance: Leveraging Data for Jobs" ซึ่งเป็นแฟลกชิปเซสชันของกลุ่มธนาคารโลก โดยมีผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วนมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของธุรกิจขนาดเล็ก
งานนี้รวบรวมคนหน้างานจริงทั้งจาก ICC, ฟินเทคจากเม็กซิโกและอังกฤษ, Grab และตัวแทนจากประเทศไทยอย่างคุณขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย หนึ่งในสถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อ SME รายใหญ่ของประเทศ มาร่วมถอดรหัสปัญหาการกู้เงินที่คนตัวเล็กต้องเผชิญในยุคปัจจุบัน
Ajay Banga ประธานกลุ่มธนาคารโลก เปิดประเด็นว่าปัญหาที่ผู้ประกอบการรายย่อยกู้เงินยากไม่ได้แปลว่าธุรกิจไม่ดี แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ระบบการเงินแบบเดิมมองไม่เห็นความสามารถในการชำระหนี้ ผลลัพธ์คือ SME มักจะได้สินเชื่อดอกเบี้ยแพงหรือไม่ก็เข้าไม่ถึงเลยเนื่องจากขาดข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"Data is actually the new collateral."
คุณขัตติยา อินทรวิชัย
คุณขัตติยาได้ยกตัวอย่างระบบ QR Payment ของประเทศไทยขึ้นมาบนเวทีโลกว่า ไม่เพียงแต่ช่วยให้การจ่ายเงินสะดวกขึ้น แต่ยังสร้างประวัติดิจิทัลให้กับผู้ประกอบการนับล้านราย ช่วยให้คนที่ไม่มีตึก ไม่มีที่ดิน และไม่มีงบการเงินสวยๆ สามารถใช้ประวัติการรับเงินผ่านดิจิทัลมาเป็นหลักฐานยืนยันความสามารถในการชำระหนี้ได้
การนำข้อมูลกระแสเงินสดหรือ Data Exhaust มาใช้แทนหลักทรัพย์ค้ำประกัน (Collateral) ถือเป็นการพลิกโฉมวงการธนาคารครั้งใหญ่ แนวทางนี้ช่วยลดข้อจำกัดด้านสินทรัพย์ถาวรที่มักเป็นอุปสรรคสำคัญของธุรกิจขนาดเล็กและหาบเร่แผงลอย แต่ความท้าทายสำคัญคือการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลและการเชื่อม 3 แหล่งข้อมูล ได้แก่ ธนาคาร แพลตฟอร์มดิจิทัล และภาครัฐ เข้าด้วยกันให้ราบรื่น
อย่างไรก็ตาม คุณขัตติยาชี้ว่ายังมีอุปสรรคสำคัญสองประการในประเทศไทย ได้แก่ ธุรกิจจำนวนมากยังรับเงินสดบางส่วน ซึ่งข้อมูลของ Banga ระบุว่า SME ในประเทศกำลังพัฒนาใช้ระบบดิจิทัลไม่ถึง 1 ใน 3 และการชำระเงินราว 60% ยังเป็นเงินสด และปัญหาการปะปนระหว่างบัญชีส่วนตัวกับบัญชีธุรกิจ ทำให้ธนาคารยังมองไม่เห็นภาพที่แท้จริง
ในมุมมองของการร่วมมือกัน Chris Wehbe CEO ของ Lendable และ Kell Jay Lim จาก Grab ระบุว่า แพลตฟอร์มเทคโนโลยีเห็นธุรกรรมจำนวนมากต่อวัน เช่น Grab ที่มีธุรกรรมราว 15 ล้านรายการ ทำให้เห็นรายได้ที่ธนาคารมองไม่เห็น ขณะที่ KBank เน้นย้ำว่าไม่ได้แข่งกันเป็นฟินเทค แต่ต้องการผสานจุดเด่นเข้าด้วยกันเพื่อปล่อยสินเชื่อที่ทำให้ลูกค้าเติบโตอย่างแท้จริง
ที่มา: Techsauce
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น