ลิซานโดร มาร์ติเนซ วิจารณ์บอร์ดแมนยูเดือดหลังพ่ายแอตเลติโก
ลิซานโดร มาร์ติเนซ ปราการหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงจวกผู้บริหารสโมสรอย่างดุเดือดหลังพ่ายแอตเลติโก 2-0 และไร้ชัยชนะ 5 นัดติด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ลิซานโดร มาร์ติเนซ วิจารณ์บอร์ดบริหารแมนยูอย่างรุนแรงหลังพ่ายแอตเลติโก มาดริด 0-2 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2026
- แมนยูไม่ชนะใครมาแล้ว 5 นัดติดต่อกัน และคว้าชัยชนะได้เพียง 2 นัดจาก 9 นัดรวมทุกรายการในฤดูกาลนี้
- เวย์น รูนีย์ และแอชลีย์ ยัง มองว่าการออกมาวิจารณ์ออกสื่อของมาร์ติเนซข้ามเส้นและอาจทำลายบรรยากาศในห้องแต่งตัว
- สโมสรทุ่มเงิน 155 ล้านปอนด์คว้ากองกลาง 3 รายในซัมเมอร์นี้ แต่พลาดเสริมตำแหน่งกองหน้าและแบ็กซ้าย
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากอีกครั้ง หลังจากลิซานโดร มาร์ติเนซ กองหลังตัวเก่งของทีม ออกมาวิจารณ์การทำงานของบอร์ดบริหารสโมสรอย่างรุนแรง หลังเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ที่บุกไปพ่ายแอตเลติโก มาดริด 2-0 ที่สนามเมโทรโปลิตาโน เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2026 ความพ่ายแพ้ในนัดนี้ส่งผลให้ปีศาจแดงไม่ชนะใครเลยเป็นเวลา 5 นัดติดต่อกันแล้ว
สถานการณ์ปัจจุบันของทีมภายใต้การคุมทีมของไมเคิล คาร์ริก กำลังน่าเป็นห่วง โดยชัยชนะครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในเกมที่พบกับซาบาห์ เอฟเค แชมป์ลีกอาเซอร์ไบจาน เมื่อวันที่ 10 September ส่วนชัยชนะอีกเพียงนัดเดียวจาก 9 เกมในฤดูกาลนี้เกิดขึ้นในเกมพบกับอิปสวิช ทาวน์ ทีมน้องใหม่ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่งพวกเขาต้องเป็นฝ่ายไล่ตามตีเสมอก่อนจะพลิกกลับมาชนะได้
ก่อนหน้านี้ แมนยูจบอันดับ 3 ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่ผ่านมา จนได้กลับคืนสู่ศึกแชมเปียนส์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี หลังจากไมเคิล คาร์ริก พาทีมชนะถึง 12 จาก 17 นัดในฐานะกุนซือรักษาการ แทนที่รูเบน อโมริม ที่ถูกปลดไปเมื่อเดือนมกราคม จนทำให้คาร์ริกได้รับสัญญาถาวร 2 ปี
หลังจบเกม มาร์ติเนซได้ให้สัมภาษณ์กับแอมะซอน ไพรม์ ว่าเขารู้สึกผิดหวังที่ทีมไม่เสริมทัพให้มากพอเพื่อรับมือกับการแข่งขันที่สูงขึ้น โดยพาดพิงถึงเจสัน วิลคอกซ์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคอย่างตรงไปตรงมาว่าเขาคาดหวังการลงทุนที่มากกว่านี้ 100% หลังจากฤดูกาลก่อนทีมทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและสร้างรากฐานที่ดีไว้แล้ว แต่ทีมอื่นๆ กลับมีการเสริมทัพผู้เล่นเข้ามาจำนวนมาก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"Something like that will rip that dressing room apart... Bruno [Fernandes] is the only one with any right to say that."
Wayne Rooney
ความคิดเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับมุมมองภายนอกและเสียงวิจารณ์ภายในโอลด์ แทรฟฟอร์ด ที่มองว่าสโมสรพลาดการดึงกองหน้ามาช่วยเบนจามิน เซสโก และไม่มีแบ็กซ้ายมาแข่งขันกับลุค ชอว์ ในช่วงตลาดซื้อขายซัมเมอร์ที่ผ่านมา ซึ่งแมนยูทุ่มเงิน 155 ล้านปอนด์ไปกับการคว้าตัวกองกลางถึง 3 ราย ขณะที่เซอร์ จิม แรทคลิฟฟ์ เจ้าของร่วม และโอมาร์ เบร์ราดา ซีอีโอของสโมสร ก็เดินทางมาชมเกมนี้ด้วย
การที่นักเตะออกมาวิจารณ์นโยบายการเสริมทัพของสโมสรผ่านสื่อสาธารณะถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากและมักสร้างแรงกระแทกภายในสโมสรฟุตบอลระดับสูง ในกรณีของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ความกดดันสะสมจากการเปลี่ยนผู้จัดการทีมหลายคนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา (ทั้งเอริก เทน ฮาก และรูเบน อโมริม) ประกอบกับผลงานที่เริ่มสะดุดในฤดูกาลนี้ ทำให้ความคาดหวังจากทั้งแฟนบอลและนักเตะพุ่งสูงขึ้น การออกมาพูดของมาร์ติเนซจึงสะท้อนถึงความอึดอัดภายในทีม แต่อีกมุมหนึ่งก็เสี่ยงที่จะสร้างรอยร้าวกับฝ่ายบริหารและเพื่อนร่วมทีมตามที่ตำนานสโมสรอย่างเวย์น รูนีย์ ได้เตือนไว้
ทางด้านเวย์น รูนีย์ และแอชลีย์ ยัง สองอดีตผู้เล่นแมนยูที่เดินทางมาชมเกมในมาดริด ออกมาแสดงความเห็นผ่านแอมะซอน ไพรม์ ว่ามาร์ติเนซล้ำเส้นเกินไป และการให้สัมภาษณ์ลักษณะนี้อาจทำลายความสามัคคีในห้องแต่งตัว โดยรูนีย์ซึ่งเคยมีประสบการณ์วิจารณ์สโมสรต่อสาธารณะในปี 2010 ยอมรับว่านั่นคือความผิดพลาดและเขาได้กล่าวขอโทษเซอร์ Alex Ferguson ไปแล้วในเวลานั้น
ขณะที่ยูริ ตีเลอมันส์ มิดฟิลด์ที่ย้ายมาจากแอสตัน วิลลา ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์เมื่อเดือนกรกฎาคม เลือกที่จะปฏิเสธการตอบคำถามในประเด็นดังกล่าว ส่วนพอล โรบินสัน อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษ ระบุทางบีบีซี เรดิโอ ไฟฟ์ ไลฟ์ ว่าเขารู้สึกเข้าใจจุดยืนของมาร์ติเนซที่ต้องการความจริงใจ แต่ก็ตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและจังหวะเวลาในการออกมาพูดท่ามกลางความกดดันที่รายล้อมสโมสรอยู่ในขณะนี้
ที่มา: BBC Sport
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น