Whitbread เจ้าของ Premier Inn สู้ศึกนักลงทุนแอคทิวิสต์
Whitbread บริษัทแม่ของโรงแรม Premier Inn เผชิญกำไรครึ่งปีแรกดิ่ง 9% พร้อมขอให้ผู้ถือหุ้นปฏิเสธตัวแทนจาก Corvex Management ในการลงคะแนน 9 พ.ย. นี้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Whitbread ขอให้ผู้ถือหุ้นปัดตกมติของ Corvex Management ในการประชุม 9 พ.ย. นี้
- บริษัทรายงานกำไรครึ่งปีแรกดิ่งลง 9% เหลือ 286.8 ล้านปอนด์ท่ามกลางต้นทุนที่พุ่งสูง
- Corvex ถือหุ้นใหญ่เป็นอันดับ 3 ที่สัดส่วนประมาณ 6.4% และผลักดัน James Gemmel นั่งบอร์ด
- ซีอีโอ Dominic Paul ระบุว่าข้อเสนอของกองทุนจะสร้างความไขว้เขวและไม่มีทักษะใหม่เพิ่มเติม
บริษัท Whitbread ยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจโรงแรมเจ้าของเครือโรงแรมราคาประหยัด Premier Inn ในสหราชอาณาจักร กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งสำคัญ หลังจากที่ทางผู้บริหารได้ออกมาเร่งรัดให้กลุ่มผู้ถือหุ้นร่วมกันลงคะแนนเสียงปฏิเสธการส่งตัวแทนจากกองทุนแอคทิวิสต์ Corvex Management เข้ามานั่งในคณะกรรมการบริษัท ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการเปิดเผยตัวเลขผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกที่ปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ทางด้าน Dominic Paul ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Whitbread ได้ชี้แจงต่อผู้ถือหุ้นในวันอังคารที่ผ่านมาว่า บอร์ดบริหารมีมติคัดค้านมติของ Corvex อย่างเป็นเอกฉันท์ โดยระบุว่าวาระการทำงานของกองทุนแอคทิวิสต์รายนี้จะเข้ามาสร้างความเบี่ยงเบนและดึงความสนใจจากการดำเนินตามแผนธุรกิจหลักของบริษัท ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะส่งผลเสียต่อตัวผู้ถือหุ้นเอง พร้อมเสริมว่าบุคคลที่ถูกเสนอชื่ออย่าง James Gemmel พาร์ทเนอร์จาก Corvex นั้น ไม่ได้นำทักษะหรือประสบการณ์ที่จำเป็นและเกื้อหนุนเข้ามาเพิ่มเติมให้แก่บอร์ดแต่อย่างใด
สำหรับ Corvex Management ซึ่งเป็นเฮดจ์ฟันด์ชื่อดังจากนิวยอร์กที่บริหารงานโดย Keith Meister ปัจจุบันถือสถานะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับสามของ Whitbread ด้วยสัดส่วนหุ้นประมาณ 6.4% โดยทางกองทุนพยายามผลักดันให้ James Gemmel เข้าไปมีตำแหน่งในบอร์ดบริหาร ซึ่งการลงคะแนนเสียงตัดสินชี้ชะตาจะมีขึ้นในวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนการดำเนินงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งจากค่าจ้างแรงงานและอัตราภาษีธุรกิจในสหราชอาณาจักรที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 160 ล้านปอนด์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"Corvex's agenda will significantly distract us from delivering our plan, and we believe these distractions will be to the detriment of shareholders"
Dominic Paul
ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งของ Corvex ยังคงแสดงมุมมองที่สวนทาง โดยชี้ว่าผลประกอบการที่ออกมาไม่ได้ทำให้มุมมองของกองทุนเปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด พร้อมชี้ให้เห็นถึงอัตราผลตอบแทนรวมของผู้ถือหุ้นที่ติดลบในกรอบระยะเวลา 1, 3, 5 และ 10 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ แผนการขายอสังหาริมทรัพย์มูลค่า 1.5 พันล้านปอนด์ของบริษัทก็กำลังเผชิญกับความล่าช้า โดยเพิ่งสามารถดำเนินการขายไปได้เพียงประมาณ 50 ล้านปอนด์เท่านั้น เทียบกับเป้าหมายรายปีที่ตั้งไว้ 450 ถึง 500 ล้านปอนด์
ความขัดแย้งระหว่าง Whitbread และ Corvex สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่กลุ่มธุรกิจโรงแรมราคาประหยัดในสหราชอาณาจักรต้องเผชิญท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจตึงตัว ต้นทุนแรงงานและภาษีที่พุ่งสูงขึ้นทำให้บริษัทต้องบาลานซ์ระหว่างการลงทุนระยะยาวเพื่อผลกำไรที่ยั่งยืนกับการรักษาความพอใจของผู้ถือหุ้นระยะสั้น การเข้ามาของแอคทิวิสต์อินเวสเตอร์จึงมักเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง แต่องค์กรขนาดใหญ่มักมองว่าเป็นความเสี่ยงที่ทำให้เสียสมาธิในการบริหารงานปกติ
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น