Science Corporation ฝังชิป PRIMA ฟื้นฟูการมองเห็นสำเร็จ
Science Corporation เผยความสำเร็จในการฝังชิป PRIMA เพื่อฟื้นฟูการมองเห็นให้แก่ผู้ป่วยโรคสตาร์การ์ดรายแรกของโลก ณ โรงพยาบาลจักษุซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Max Hodak ซีอีโอ Science Corporation ประกาศความสำเร็จการฝังชิป PRIMA ในผู้ป่วยโรคสตาร์การ์ดรายแรก
- ผู้ป่วยเข้ารับการผ่าตัดที่ Sydney Eye Hospital ประเทศออสเตรเลีย และสามารถอ่านตัวอักษรได้ตั้งแต่การฝึกฟื้นฟูครั้งแรกๆ
- ชิป PRIMA ทำหน้าที่เป็นตัวรับแสงเทียมร่วมกับแว่นตาติดกล้องเพื่อส่งสัญญาณภาพเข้าสู่สมอง
- บริษัทมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมอินเทอร์เฟซคอมพิวเตอร์สมองและเทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อยืดช่วงเวลาสุขภาพที่ดี
บริษัทเทคโนโลยีระบบประสาท Science Corporation ภายใต้การนำของ Max Hodak อดีตประธานและผู้ร่วมก่อตั้ง Neuralink ได้สร้างความก้าวหน้าครั้งสำคัญทางการแพทย์ด้วยการฝังชิปฟื้นฟูการมองเห็นที่มีชื่อว่า PRIMA ให้แก่ผู้ป่วยโรคสตาร์การ์ด (Stargardt disease) รายแรกของโลก ซึ่งโรคดังกล่าวเป็นโรคทางพันธุกรรมที่ค่อยๆ ทำลายการมองเห็นบริเวณจุดภาพชัดจนนำไปสู่ความบกพร่องทางการมองเห็นอย่างรุนแรง
การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นบนเวทีงาน TechCrunch Disrupt โดย Hodak ได้อธิบายถึงทิศทางของบริษัทในการต่อยอดเทคโนโลยีอินเทอร์เฟซคอมพิวเตอร์สมอง (BCI) ให้ครอบคลุมการใช้งานทางการแพทย์ที่หลากหลาย มากกว่าการใช้ควบคุมคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว แม้ว่าในปัจจุบันชิป PRIMA จะมีวางจำหน่ายในทวีปยุโรปสำหรับผู้ป่วยสูญเสียการมองเห็นจากโรคจอประสาทตาเสื่อมในผู้สูงอายุขั้นสูง แต่ทางบริษัทเชื่อมั่นว่าแนวทางนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้รักษาโรคอื่นๆ ได้อีก รวมถึงโรคสตาร์การ์ดที่ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด
โรคสตาร์การ์ดส่งผลกระทบโดยตรงต่อเรตินาชั้นนอก ทำให้เซลล์รับแสงของดวงตาค่อยๆ เสื่อมสลายไป ขณะที่เรตินาชั้นในซึ่งมีหน้าที่ส่งสัญญาณภาพไปยังสมองยังคงทำงานได้ปกติ อาการของโรคจะเริ่มจากจุดบอดบริเวณตรงกลางและขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ โดยมีสถิติผู้ป่วยทั่วโลกที่สูญเสียการมองเห็นจากโรคนี้ประมาณ 150,000 คน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สำหรับกระบวนการรักษา ผู้ป่วยรายแรกของบริษัทได้เข้ารับการฝังชิป PRIMA เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ณ Sydney Eye Hospital ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทดลองทางคลินิกที่กำลังดำเนินอยู่ ผลปรากฏว่าในการฝึกฟื้นฟูครั้งแรก ผู้ป่วยสามารถมองเห็นตัวอักษรได้ และในการฝึกครั้งที่สองผู้ป่วยก็สามารถอ่านออกเสียงเป็นคำได้ทันที
ขั้นตอนการใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าว แพทย์จะทำการผ่าตัดใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงเพื่อฝังชิปขนาดเล็กไว้ที่บริเวณด้านหลังของดวงตาจุดที่เซลล์รับแสงเสื่อมสภาพไป จากนั้นผู้ป่วยจะต้องสวมแว่นตาที่ติดตั้งกล้องเพื่อทำหน้าที่ส่งภาพมุมมองภายนอกไปยังตัวชิป ซึ่งตัวชิปฝังนี้จะทำหน้าที่เสมือนเซลล์รับแสงเทียม
การพัฒนาชิป BCI ของ Science Corporation มีความแตกต่างจากคู่แข่งอย่าง Neuralink ตรงที่เซนเซอร์ของบริษัทได้รับการออกแบบให้ฝังอยู่ภายในกะโหลกศีรษะและวางทับอยู่บนผิวสมอง แทนที่จะเป็นการแทงเข็มเจาะลึกเข้าไปในเนื้อเยื่อสมองโดยตรง แนวทางนี้ช่วยลดความเสี่ยงต่อเนื้อเยื่อสมองและเปิดโอกาสให้แพทย์สามารถนำไปต่อยอดในการติดตามภาวะทางระบบประสาทอื่นๆ เช่น เนื้องอกในสมอง ได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น
"We want to figure out how do we extend not just lifespan but health span,"
Max Hodak
Max Hodak ก่อตั้ง Science Corporation ขึ้นในปี 2021 หลังจากลาออกจาก Neuralink โดยบริษัทมีเป้าหมายหลักในการพัฒนาวิศวกรรมระบบประสาทขั้นสูงและเทคโนโลยี BCI ควบคู่ไปกับการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนผ่านการช่วยฟื้นฟูการมองเห็นให้แก่ผู้ที่มีความบกพร่องทางสายตา ก่อนที่จะขยายขอบเขตไปยังการรักษาความผิดปกติด้านระบบประสาทอื่นๆ ในอนาคต
ที่มา: TechCrunch
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น