Primate Labs เปิดตัว Geekbench 7 อัปเกรดการทดสอบซีพียูและจีพียูให้หนักหน่วงยิ่งขึ้น
โปรแกรมทดสอบประสิทธิภาพชื่อดังปล่อยเวอร์ชันใหม่ เพิ่มชุดข้อมูลขนาดใหญ่ การทดสอบเสียงและวิดีโอรูปแบบใหม่ รวมถึง AV1 และ Opus พร้อมปรับแต่งระบบ Multi-core ให้สะท้อนการทำงานจริงของซอฟต์แวร์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Geekbench 7 มาพร้อมชุดข้อมูลที่ใหญ่และมีความต้องการประมวลผลสูงขึ้นสำหรับ CPU และ GPU
- เพิ่มการทดสอบการเข้ารหัสและถอดรหัสเสียง/วิดีโอใหม่ รวมถึง AV1, Opus และงานวิดีโอมือถือ
- ใบอนุญาต Pro ราคา 99 ดอลลาร์สหรัฐ ลดเหลือ 79 ดอลลาร์สหรัฐ ถึงวันที่ 6 สิงหาคม
- คะแนนการทดสอบจาก Geekbench 6 จะไม่สามารถนำมาเทียบเคียงหรือใช้ร่วมกับ Geekbench 7 ได้
Primate Labs ประกาศเปิดตัว Geekbench 7 ซอฟต์แวร์ทดสอบประสิทธิภาพฮาร์ดแวร์รุ่นล่าสุด ซึ่งถูกออกแบบมาให้ผลักดันขีดความสามารถของคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือให้ทำงานหนักขึ้นกว่าเดิม โดยในภาพรวมภายนอกตัวแอปพลิเคชันยังคงหน้าตาและการทำงานที่คุ้นเคยคล้ายคลึงกับรุ่น Geekbench 6 แต่ในเบื้องหลังนั้นมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วยการเพิ่มชุดข้อมูลขนาดมหึมา การทดสอบด้านเสียงและวิดีโอแบบใหม่ รวมถึงการปรับแต่งปลีกย่อยอีกหลายส่วนเพื่อจำลองภาระงานของฮาร์ดแวร์ในปัจจุบันให้แม่นยำยิ่งขึ้น
สำหรับไฮไลต์สำคัญของการอัปเกรดในเวอร์ชันนี้ประกอบด้วย:
- ชุดข้อมูลสำหรับประมวลผลของ CPU และ GPU ที่มีความต้องการสูงขึ้น
- การทดสอบการเข้ารหัสและถอดรหัสเสียงรวมถึงวิดีโอตัวใหม่
- รองรับภาระงานประเภทยอดนิยม เช่น AV1, Opus, งานวิดีโอคอนเฟอเรนซ์, การสตรีมมิ่ง และการบริโภคเนื้อหาดิจิทัล
- การออกแบบการทดสอบ Multi-core ใหม่เพื่อให้สะท้อนพฤติกรรมซอฟต์แวร์จริง โดยจะรันแบบมัลติสเรดเฉพาะเมื่อรูปแบบงานจำลองนั้นๆ กำหนดไว้เท่านั้น
ในด้านราคาและการจัดจำหน่าย สิทธิ์การใช้งานระดับ Pro สำหรับ Geekbench 7 จะวางจำหน่ายในราคาปกติ 99 ดอลลาร์สหรัฐ โดยมีโปรโมชันส่วนลดเหลือ 79 ดอลลาร์สหรัฐ จนถึงวันที่ 6 สิงหาคมนี้ ซึ่งสิทธิ์ Pro นี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำการทดสอบแบบออฟไลน์ได้โดยไม่ต้องอัปโหลดผลคะแนนขึ้นไปยัง Geekbench Browser และยังคงรองรับแพลตฟอร์มเดสก์ท็อปหลักครบถ้วนทั้ง Windows, macOS และ Linux เช่นเดิม

การอัปเดตโปรแกรมทดสอบประสิทธิภาพหรือ Benchmark ถือเป็นเรื่องสำคัญในวงการไอที เนื่องจากฮาร์ดแวร์ยุคใหม่มีพัฒนาการด้านชุดคำสั่งและเทคโนโลยีเฉพาะทาง เช่น ตัวเร่งความประมวลผล AI หรือตัวถอดรหัสวิดีโอฮาร์ดแวร์เฉพาะกิจ การที่ Geekbench เพิ่มชุดทดสอบอย่าง AV1 และปรับให้การทดสอบ Multi-core สอดคล้องกับการใช้งานจริงมากขึ้น จะช่วยให้ผู้บริโภคและสื่อมวลชนเห็นภาพความสามารถที่แท้จริงของอุปกรณ์ในการใช้งานประเภทต่างๆ ได้ดีกว่าการวัดความเร็วแบบช่วงสั้นๆ ทั่วไป
แม้ว่าการทดสอบของ Geekbench จะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการรันจนเสร็จสิ้น ซึ่งข้อดีคือความรวดเร็วและความเรียบง่ายในการใช้งาน แต่ตัวซอฟต์แวร์ก็ยังคงเน้นการทดสอบประสิทธิภาพในช่วงการประมวลผลระยะสั้น (Burst workloads) มากกว่าการกดดันฮาร์ดแวร์อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานจนเกิดความร้อนสะสมและเกิดอาการ Thermal Throttling โดยทาง Primate Labs ยืนยันว่าคะแนนที่ได้จาก Geekbench 6 จะไม่สามารถนำมาเทียบเคียงใช้งานร่วมกันกับคะแนนของ Geekbench 7 ได้อย่างแน่นอน
ที่มา: The Verge
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น