Phu Quoc 2027: เกาะฟู้โกว๊กเร่งสร้างโรงแรมรับประชุม APEC
เกาะฟู้โกว๊ก ประเทศเวียดนาม กำลังเร่งบูมห้องพักโรงแรมรองรับการประชุม APEC พฤศจิกายน 2027 ท่ามกลางความท้าทายด้านอุปทานล้นหลังจบงาน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เกาะฟู้โกว๊กเตรียมเป็นเจ้าภาพประชุม APEC ในเดือนพฤศจิกายน 2027
- ยอดจองห้องพักช่วงไฮซีซั่นพุ่งทะยานเกิน 90% ดึงดูดนักลงทุนรายใหญ่
- CBRE ชี้อุปทานห้องพักอาจเพิ่มจาก 19,000 เป็น 31,000 ห้องภายในปี 2030
- โรงแรมอิสระและไม่มีแบรนด์อาจต้องเผชิญสงครามราคาช่วงดูดซับอุปทาน
เกาะฟู้โกว๊ก ประเทศเวียดนาม กำลังเผชิญกับการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและโรงแรมอย่างก้าวกระโดดที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่างเร่งเดินหน้าก่อสร้างโรงแรมจำนวนมากเพื่อเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือ APEC ในเดือนพฤศจิกายน 2027 ซึ่งการประชุมระดับนานาชาติครั้งนี้ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญเบื้องหลังการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่บนเกาะ
ความร้อนแรงของการเติบโตนี้สะท้อนผ่านสถิตินักท่องเที่ยวในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2026 ที่พุ่งสูงถึง 8.6 ล้านคน ซึ่งทะลุเป้าหมายเต็มปีที่ตั้งไว้ 8.5 ล้านคนเรียบร้อยแล้ว โดยมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นถึง 60% แตะระดับ 1.9 ล้านคน ส่งผลให้อัตราการเข้าพักในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวพีคซีซั่นพุ่งทะยานเกิน 90% ในช่วงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ 2026 เพิ่มขึ้นอย่างมากจากระดับราว 50% เมื่อสองปีก่อนหน้า และสูงกว่าเกาะภูเก็ตของไทยที่อยู่ระดับ 80% รวมถึงเกาะบาหลีของอินโดนีเซียที่ 60%

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
โครงการพัฒนาที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งคือโครงการ รูบี บีช (Ruby Beach) ของ ซัน กรุ๊ป (Sun Group) บริเวณหาดไหว้ดัตโด ทางตอนใต้ของเกาะ ซึ่งในเฟสแรกจะประกอบด้วยตึกระฟ้า 17 อาคาร และห้องพักมากกว่า 7,000 ห้อง โดยดึงเชนโรงแรมระดับโลกอย่าง แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล (Marriott International) เข้ามาร่วมบริหาร และในเฟสต่อๆ ไปอาจขยายห้องพักรวมกันได้ถึงเกาะเกือบ 20,000 ห้อง ตามรายงานจากสื่อเวียดนามพลัส นอกจากนี้ ซัน กรุ๊ป และแมริออท ยังได้ลงนามความร่วมมือกรอบงานเมื่อเดือนก่อนเพื่อศึกษาโครงการโรงแรมเพิ่มเติมทั้งในฟู้โกว๊ก ดานัง และจุดหมายปลายทางอื่นๆ ในเวียดนาม ต่อเนื่องจากข้อตกลงในเดือนมีนาคมสำหรับโรงแรมและรีสอร์ท 10 แห่ง เกือบ 4,500 ห้อง ที่มีกำหนดเปิดให้บริการระหว่างปี 2026 ถึง 2030
อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังความคึกคักนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ได้ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงในระยะยาว โดย ซีบีอาร์อี (CBRE) ระบุว่าปริมาณห้องพักบนเกาะอาจเพิ่มขึ้นจากราว 19,000 ห้อง ไปอยู่ที่ประมาณ 31,000 ห้องภายในปี 2030 ขณะที่ ฮอร์วอธ เอชทีแอล (Horwath HTL) สำรวจพบว่ามีห้องพักภายใต้แบรนด์เชนสากลรอเปิดตัวอีกกว่า 11,300 ห้องตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป โดยราว 65% เป็นระดับอัปสเกลขึ้นไป
"ความต้องการห้องพักต้องเติบโตประมาณ 10% ต่อปีจนถึงปี 2030 จึงจะรักษาระดับการเข้าพักปัจจุบันไว้ได้ ซึ่งเป็นงานที่ท้าทายยิ่งขึ้นหลังจากการประชุม APEC 2027 สิ้นสุดลง"
อนันต์ รามจันทรา จาก CBRE
การขยายตัวของเมืองตากอากาศเพื่อรองรับเมกะอีเวนต์ระดับโลกมักมาพร้อมกับดาบสองคม ในด้านหนึ่ง อีเวนต์อย่าง APEC ช่วยเร่งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและสร้างการรับรู้ในระดับสากลได้อย่างรวดเร็ว แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความท้าทายที่มักเกิดขึ้นตามมาคือปัญหาอุปทานส่วนเกิน (Overcapacity) เมื่ออีเวนต์จบลง โดยเฉพาะเมื่อเกาะฟู้โกว๊กยังมีข้อจำกัดตามฤดูกาล เช่น ช่วงฤดูมรสุมที่มีอัตราการเข้าพักต่ำ (เคยลดลงเหลือ 45.6% ในเดือนพฤษภาคม 2026) รวมถึงความสามารถในการรองรับของสนามบิน เที่ยวบิน และแรงงานท้องถิ่น ซึ่งเจ้าของโรงแรมอิสระที่ไม่มีแบรนด์ระดับโลกหนุนหลังจะต้องปรับตัวอย่างหนักเพื่อรับมือกับภาวะการตัดราคาในช่วงที่มีห้องพักทะลักเข้าสู่ตลาด
แมตต์ เกบบี (Matt Gebbie) จาก Horwath HTL ให้ความเห็นเสริมว่า เจ้าของโรงแรมควรเตรียมรับมือกับการแข่งขันด้านราคาในช่วงที่อุปทานใหม่หลั่งไหลเข้าสู่ตลาด และเขาจะไม่นำตัวเลขช่วงกระโดดจาก APEC มาใช้ในการคำนวณความคุ้มค่าของการลงทุนโรงแรมอย่างเด็ดขาด เนื่องจากบททดสอบที่แท้จริงของเกาะฟู้โกว๊กจะเริ่มต้นขึ้นหลังจากเดือนพฤศจิกายน 2027 เป็นต้นไป ผ่านความท้าทายทั้งในเรื่องอัตราการเข้าพักช่วงหน้าฝน การพึ่งพาความจุของเที่ยวบินใหม่ๆ และการสร้างปฏิทินกิจกรรมทางธุรกิจเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเยือนอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น