IMF ดึงธนาคารกลางเอเชียถก Bangkok Blueprint ปราบสแกมเมอร์
IMF และธนาคารกลางไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง ถกแนวทางปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังข้อมูลชี้เหยื่อโอนเงินออกนอกประเทศได้ใน 3 นาที

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เงินที่ถูกหลอกโอนออกนอกประเทศได้ภายใน 3 นาที แต่เหยื่อใช้เวลาถึง 20 ชั่วโมงจึงรู้ตัว
- แบงก์ชาติไทยเผยปัญหากว่า 95% เปลี่ยนจากการใช้แอปดูดเงินเป็นการหลอกให้เหยื่อโอนเงินเอง
- มาเลเซียและฮ่องกงตั้งศูนย์รับมือด่วน ช่วยอายัดเงินและตามเส้นทางการเงินได้เร็วขึ้น
หลังการเปิดตัว Bangkok Blueprint ในการประชุมประจำปี IMF และกลุ่มธนาคารโลกที่กรุงเทพฯ ได้มีการจัดเวทีเสวนาเพื่อนำแผนดังกล่าวไปปฏิบัติจริง โดยมีผู้แทนจากธนาคารกลางของไทย มาเลเซีย ฮ่องกง และสิงคโปร์ รวมถึงประธาน FATF ร่วมแลกเปลี่ยนสถานการณ์และแนวทางแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน
Yan Liu ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย IMF ระบุว่ามิจฉาชีพเคลื่อนย้ายเงินได้อย่างรวดเร็วมาก โดยหลังเหยื่อโอนเงินไปเพียง 3 นาที เงินเกือบครึ่งหนึ่งจะถูกโอนออกนอกประเทศทันที ในขณะที่ผู้เสียหายต้องใช้เวลาเฉลี่ยถึง 20 ชั่วโมงจึงรู้ตัวว่าถูกหลอก เธอเปรียบเทียบว่าเครือข่ายสแกมเมอร์ในปัจจุบันทำงานเหมือนอุตสาหกรรมข้ามชาติที่มีทั้งตลาดซื้อขายตัวตนปลอมและเครือข่ายฟอกเงิน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
คุณดารณี แซ่จู รองผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย เผยว่าปัญหาในไทยเปลี่ยนรูปแบบไปอย่างสิ้นเชิง โดยตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นมา หลังมีการปิดช่องโหว่ทางเทคนิค ปัญหาแอปดูดเงินก็หมดไป แต่ปัญหาหลักในปัจจุบันคือการหลอกให้เหยื่อโอนเงินด้วยตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจากกลุ่มตัวอย่าง 7,000 คน ที่พบว่าประมาณ 3 ใน 4 เคยเผชิญกับมิจฉาชีพ และกลุ่มผู้ที่มีการศึกษาสูงระดับปริญญาตรีขึ้นไปเคยเจอถึง 83% สะท้อนว่าความรู้รอบตัวไม่สามารถป้องกันการตกเป็นเหยื่อได้ทั้งหมด
"การอุดช่องโหว่ของระบบยังง่ายกว่าการทำให้คนไม่หลงเชื่อมาก ธนาคารและผู้ให้บริการต้องช่วยกันมากขึ้น"
คุณดารณี แซ่จู
ในส่วนของประเทศอื่นๆ นานาชาติต่างเผชิญปัญหาในทิศทางเดียวกัน โดย Norhana Endut ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารกลางมาเลเซีย ระบุว่า 95% ของคดีในมาเลเซียเป็นการที่เหยื่อกดโอนเงินเอง ขณะที่ Leong Chiong รองประธาน GFTN จากสิงคโปร์ ชี้ว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ทำให้มิจฉาชีพลงทุนน้อยลงแต่สามารถสร้างข้อความหลอกลวงที่แนบเนียนและปรับให้เข้ากับเหยื่อแต่ละรายได้อย่างรวดเร็ว ด้าน Giles Thomson ประธาน FATF เปิดเผยว่าอาชญากรรมประเภทนี้มีมูลค่าทั่วโลกสูงถึงราวครึ่งล้านล้านดอลลาร์ต่อปี
มุมมองและบริบทเพิ่มเติม: การยกระดับมาตรการรับมือสแกมเมอร์ในระดับภูมิภาคผ่าน Bangkok Blueprint สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์ได้พัฒนาไปสู่รูปแบบอาชญากรรมองค์กรข้ามชาติที่ซับซ้อนเกินกว่าที่ปัจเจกบุคคลจะรับมือได้ลำพัง การที่ธนาคารกลางและหน่วยงานกำกับดูแลในหลายประเทศต้องหันมาบูรณาการข้อมูลร่วมกัน เช่น ระบบ Central Fraud Registry ของไทย หรือศูนย์รับมือด่วนของมาเลเซียและฮ่องกง แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านจากการตั้งรับหลังเกิดเหตุ มาสู่การสกัดกั้นเชิงรุกผ่านการบูรณาการข้อมูลข้ามสถาบันการเงินและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นระบบ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สำหรับการรับมือในประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ผลักดันระบบ Central Fraud Registry (CFR) เพื่อให้ธนาคารสามารถแชร์ข้อมูลและระงับบัญชีม้าได้ทั้งเครือข่ายอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งมีแผนขยายผลเชื่อมโยงข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ อีเมล และบัญชีโซเชียลมีเดียในอนาคต ขณะที่มาเลเซียจัดตั้ง National Scam Response Centre ใช้ระบบอัตโนมัติในการแกะรอยเส้นทางการเงินและส่งสัญญาณอายัดไปยังธนาคารปลายทางได้ทันที ช่วยตามเงินคืนได้เร็วขึ้น 75% ส่วนฮ่องกงได้จัดตั้งศูนย์ต่อต้านมิจฉาชีพที่ให้พนักงานธนาคารและตำรวจทำงานร่วมกันผ่านระบบ FAST สามารถสกัดเงินออกนอกประเทศได้นับร้อยล้านดอลลาร์ฮ่องกง และสิงคโปร์เลือกใช้วิธีหน่วงเวลาทำธุรกรรมในจังหวะเสี่ยงเพื่อให้ลูกค้ามีเวลาทบทวนตนเอง
ที่มา: Techsauce
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น