Future Economy Forum 2026: 4 มุมมองการปรับตัวรับมือ AI
สรุปประเด็นจากเวทีเสวนา Future Economy Forum ในงาน KBank x Techsauce เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 สะท้อนมุมมองผู้นำระดับโลกต่ออนาคตเศรษฐกิจและการใช้ AI

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เวที Future Economy Forum จัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 โดยธนาคารกสิกรไทยร่วมกับ Techsauce
- ผู้นำระดับโลกจาก IFC, Standard Chartered, Microsoft Asia และ Accenture ร่วมแชร์มุมมอง
- AI กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์เศรษฐกิจและความเร็วในการเติบโตของธุรกิจใหม่
- มนุษย์ยังคงมีบทบาทสำคัญในการควบคุมทิศทางและพัฒนาทักษะเพื่อรับมือกับเทคโนโลยี
ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI กำลังเข้ามาพลิกโฉมหน้าเศรษฐกิจและการทำงานทั่วโลก คำถามสำคัญคือมนุษย์จะสามารถปรับตัวและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านี้ได้อย่างไร ประเด็นนี้ถูกหยิบยกมาถกอภิปรายกันอย่างเข้มข้นบนเวทีเสวนา Future Economy Forum ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 โดยเป็นการดำเนินกิจรรมคู่ขนานร่วมกับการประชุมประจำปีของกลุ่มธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2026
งานดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่างธนาคารกสิกรไทยและ Techsauce โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิระดับโลกมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองถึง 4 ท่าน ได้แก่ Sarvesh Suri จาก International Finance Corporation, Jan Metzger จาก Standard Chartered, ตัวแทนจาก Microsoft Asia อย่าง Koulibaly และ Anoop Sagoo จาก Accenture โดยทั้ง 4 คนได้ร่วมกันฉายภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญ ตั้งแต่วิวัฒนาการของธุรกิจสตาร์ทอัพ ความเหลื่อมล้ำระหว่างประเทศ ไปจนถึงทักษะที่จำเป็นสำหรับอนาคต

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ตลอดการเสวนา ผู้นำทั้งสี่ท่านได้ชี้ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยี Anoop Sagoo จาก Accenture ระบุว่าตลอดการทำงานในสายเทคโนโลยีมากว่า 33 ปี ไม่เคยเห็นเทคโนโลยีใดที่เข้ามามีบทบาทแพร่หลายและรวดเร็วเท่า AI ในปัจจุบัน ขณะที่ Jan Metzger จาก Standard Chartered มองว่าอัตราการเติบโตของบริษัทเปิดใหม่ในยุคนี้มีความรวดเร็วกว่าในอดีตอย่างมาก ส่วน Sarvesh Suri จาก IFC ตั้งข้อสังเกตถึงความเหลื่อมล้ำในการเติบโตของแต่ละประเทศที่เผชิญปัจจัยภายนอกแตกต่างกัน และ Koulibaly จาก Microsoft Asia เน้นย้ำว่าเราต้องวัดความสำเร็จจากผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่แค่การมีนวัตกรรมใหม่
การที่ผู้นำจากองค์กรการเงินระดับโลกและบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่มาเวทีเดียวกัน สะท้อนให้เห็นว่า AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของภาคธุรกิจอีกต่อไป แต่เป็นปัจจัยชี้ขาดความสามารถในการแข่งขันระดับมหภาค การที่ประเทศพัฒนาแล้วมีความพร้อมในการใช้ AI เร็วว่าประเทศกำลังพัฒนา อาจกลายเป็นโจทย์ใหญ่ด้านความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่ต้องอาศัยนโยบายและการยกระดับทักษะแรงงานอย่างจริงจังเพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างที่กว้างขึ้นกว่าเดิม
ในแง่ของการพัฒนาทักษะแรงงาน Jan Metzger ได้สะว่าทักษะเดิมอย่างการเรียนรู้และการจดจำอาจไม่เพียงพออีกต่อไปเมื่อ AI สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้ทันที มนุษย์จึงต้องแข่งขันกันด้วยความใฝ่รู้ ความเห็นอกเห็นใจ และวิจารณญาณ พร้อมทั้งคาดการณ์ว่าคนรุ่นใหม่อาจต้องผ่านเส้นทางอาชีพที่แตกต่างกันถึง 6 อาชีพตลอดช่วงชีวิตการทำงาน นอกจากนี้ Anoop Sagoo ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการนำ AI ไปใช้งานจริงและสร้างบริบทที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดคุณค่าสูงสุดแก่องค์กร
"ในเมื่อเราอยู่ที่กรุงเทพฯ ผมเชื่อว่า AI จะเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหรือมอเตอร์ไซค์สำหรับความคิด แต่เราต้องรู้ว่าจะขับมันอย่างไร และกำลังจะมุ่งหน้าไปที่ไหน"
Koulibaly, Microsoft Asia
ช่วงท้ายของการเสวนา ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่ามนุษย์ยังคงเป็นผู้กำหนดทิศทางและอนาคตของเทคโนโลยี โดย Koulibaly ได้เปรียบเทียบ AI ว่าเหมือนกับมอเตอร์ไซค์สำหรับความคิดที่ต้องมีมนุษย์ควบคุมทิศทางอย่างใกล้ชิด หรือที่เรียกว่า Human in the Loop เพื่อให้มั่นใจว่าเทคโนโลยีนี้จะถูกใช้งานเพื่อประโยชน์สูงสุดของมนุษยชาติอย่างแท้จริง
ที่มา: Techsauce
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น