ข้ามไปเนื้อหาหลัก

KBank x Techsauce: Empower The Future Economy 2026 เปิดมุมมองเศรษฐกิจ

คุณขัตติยา อินทรวิชัย ซีอีโอกสิกรไทย เปิดงาน KBank x Techsauce ชู 3 จุดแข็งไทยรับมือเศรษฐกิจโลกเปลี่ยน ในงานคู่ขนาน IMF-World Bank 12-18 ต.ค. 2569

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
15 Oct 2026ที่มา: Techsauce3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
KBank x Techsauce: Empower The Future Economy 2026 เปิดมุมมองเศรษฐกิจ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ธนาคารกสิกรไทยร่วมกับ Techsauce จัดงาน Empower The Future Economy ที่กรุงเทพฯ
  • งานนี้เป็นกิจกรรมคู่ขนานของการประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026
  • คุณขัตติยา อินทรวิชัย ชี้ไทยมี 3 จุดแข็งรับมือเศรษฐกิจโลกและ AI เปลี่ยนแปลง
  • มุ่งเน้นการระดมทุนยั่งยืน เชื่อมทุนโลก และพัฒนาทักษะคนร่วมกับองค์กรระดับโลก

ธนาคารกสิกรไทยจับมือกับ Techsauce จัดงานสัมมนาในชื่อ 'KBank x Techsauce: Empower The Future Economy' ณ กรุงเทพมหานคร โดยงานนี้จัดขึ้นเป็นกิจกรรมคู่ขนาน (Affiliate Program) ของการประชุมประจำปี IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ซึ่งประเทศไทยรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดงานระหว่างวันที่ 12 ถึง 18 ตุลาคม 2569 การรวมตัวกันของผู้นำด้านเศรษฐกิจการเงินและภาคธุรกิจจากทั่วโลกในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญยิ่งที่ประเทศไทยจะได้แสดงศักยภาพในการต้อนรับประชาคมโลก

คุณขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย ได้กล่าวสุนทรพจน์เปิดงานโดยฉายภาพความท้าทายที่ภาคธุรกิจกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ทิศทางเศรษฐกิจโลกกำลังถูกกำหนดขึ้นใหม่และการค้าโลกกำลังถูกจัดระเบียบครั้งใหญ่ ในเวลาเดียวกัน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI กำลังเข้ามาพลิกโฉมวิธีการผลิต การทำงาน และการสร้างคุณค่าของธุรกิจ ขณะที่เรื่องความยั่งยืนได้กลายมาเป็นหัวใจสำคัญในการตัดสินใจทางธุรกิจและการลงทุนของทุกภาคส่วน

ในมุมมองของผู้บริหารกสิกรไทย นักลงทุนต่างกำลังมองหาประเทศที่มีโอกาสเติบโตสูง มีความพร้อมในการปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลง และมีพันธมิตรที่พร้อมสนับสนุนให้เดินหน้าได้อย่างมั่นคง จากโจทย์ดังกล่าว คุณขัตติยาได้ระบุว่าประเทศไทยมีต้นทุนและความพร้อมที่ตอบโจทย์ได้ 3 ด้านหลัก ได้แก่ ฐานการผลิตและบริการที่เข้มแข็ง เครือข่ายผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ และทำที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับตลาดอาเซียนได้อย่างไร้รอยต่อ

การที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพการประชุม IMF-World Bank Group ในปี 2569 และมีกิจกรรมคู่ขนานอย่างงานของกสิกรไทย สะท้อนให้เห็นความพยายามของภาคการเงินไทยในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจภายในประเทศเข้ากับทิศทางนโยบายระดับโลก โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน (Sustainability) และการรับมือกับ Disruption จากเทคโนโลยี AI ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทุกประเทศต้องเร่งปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในเวทีการค้าโลก

ภายในงานดังกล่าว ผู้เข้าร่วมงานยังได้รับฟังวิสัยทัศน์เกี่ยวกับทิศทางนโยบายการค้าจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมทั้งร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรชั้นนำระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น International Finance Corporation (IFC) ในเครือ World Bank Group, Standard Chartered, Microsoft และ Accenture ในหลากหลายประเด็นสำคัญ เช่น การระดมทุนเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน การเชื่อมต่อแหล่งเงินทุนระดับโลก การประยุกต์ใช้ AI และการพัฒนาทักษะแรงงาน

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"ดิฉันเชื่อว่า ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเป็นส่วนสำคัญของคำตอบ"

คุณขัตติยา อินทรวิชัย

คุณขัตติยาได้เน้นย้ำในช่วงท้ายว่า เศรษฐกิจแห่งอนาคตไม่ใช่สิ่งที่เราทำได้เพียงแต่นั่งรอให้เกิดขึ้น แต่เป็นสิ่งที่เราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ขึ้นได้ งานในวันนี้จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ทุกภาคส่วนจะได้ร่วมกันเปลี่ยนความท้าทายและโอกาสให้กลายเป็นความเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมย้ำถึงความตั้งใจของธนาคารกสิกรไทยในการก้าวขึ้นเป็นพันธมิตรเคียงข้างผู้ร่วมงานทุกคนตลอดเส้นทางธุรกิจ

ที่มา: Techsauce

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้