เซเลนสกีเยือนลอนดอน: ผู้นำอังกฤษย้ำจุดยืนเคียงข้างยูเครน
ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี เยือนลอนดอนเพื่อกระชับความสัมพันธ์กับชาติพันธมิตร ท่ามกลางแรงกดดันจากโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เรียกร้องให้เขาลงจากตำแหน่ง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี เดินทางเยือนกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพื่อพบปะกับผู้นำสหราชอาณาจักรและรับการต้อนรับด้วยกองเกียรติยศ
- รัฐบาลอังกฤษประกาศเร่งส่งมอบขีปนาวุธเอนกประสงค์น้ำหนักเบาเพื่อช่วยสกัดโดรนรัสเซีย
- การเยือนเกิดขึ้นหลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศข้อตกลงกับวลาดิมีร์ ปูติน เรื่องการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรดีเซลรัสเซีย 300,000 ตัน
- ยูเครนระบุว่าการโจมตีทางอากาศข้ามคืนส่งผลให้ประชาชนกว่า 600,000 คนไม่มีไฟฟ้าใช้
ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ได้เดินทางถึงกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพื่อเข้าพบกับผู้นำสหราชอาณาจักร และได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นด้วยอ้อมกอดจากบาร์นแฮม รวมถึงการตรวจแถวกองเกียรติยศอันทรงเกียรติที่บ้านเลขที่ 10 ถนนดาวน์สตรีท การเดินทางเยือนครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางความพยายามในการเสริมสร้างความมั่นคงและการสนับสนุนจากชาติพันธมิตร หลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ออกมาเรียกร้องให้เซเลนสกีลงจากตำแหน่ง พร้อมทั้งมีการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันดีเซลของรัสเซีย
ก่อนหน้าที่ผู้นำยูเครนจะเดินทางมาถึง รัฐบาลอังกฤษภายใต้การนำของที่ทำการนายกรัฐมนตรี (No 10) ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าจะเร่งรัดการจัดส่งขีปนาวุธเอนกประสงค์น้ำหนักเบา (lightweight multirole missiles) ให้แก่ยูเครนโดยเร็วที่สุด ซึ่งอาวุธเหล่านี้เคยถูกนำมาใช้ในการยิงทำลายโดรนของรัสเซียมาแล้วหลายครั้ง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในยูเครนยังคงน่าเป็นห่วง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยูเครนเปิดเผยว่าการโจมตีระลอกล่าสุดด้วยขีปนาวุธและโดรนจากรัสเซียในช่วงข้ามคืน ส่งผลให้ประชาชนไม่น้อยกว่า 600,000 คนต้องเผชิญกับภาวะไม่มีไฟฟ้าใช้ และเป็นคืนที่สองติดต่อกันแล้วที่ยูเครนระบุว่าไม่ได้รับคำเตือนล่วงหน้าจากชาติพันธมิตรเกี่ยวกับคลื่นการโจมตีทางอากาศดังกล่าว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ เซเลนสกีได้แสดงมุมมองว่าสหรัฐฯ อาจขู่จำกัดการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรอง หากเขาไม่ยอมลงนามในข้อตกลงหยุดยิงด้านพลังงาน แม้ว่าทางฝั่งทรัมป์จะออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้มีการระงับข้อมูลใดๆ ก็ตาม ทรัมป์ยังได้สร้างความประหลาดใจให้กับชาติพันธมิตรในยุโรปด้วยการประกาศบรรลุข้อตกลงกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย เพื่อปล่อยน้ำมันดีเซลล็อตแรกจำนวน 300,000 ตัน โดยจะมีชุดต่อไปตามมาอีก ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวขัดแย้งโดยตรงกับมาตรการคว่ำบาตรที่สหรัฐฯ และพันธมิตรเคยร่วมกันบังคับใช้เพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงทางการเงินสำหรับทำสงครามในยูเครน โดยทรัมป์หวังว่าข้อตกลงนี้จะช่วยลดปัญหาค่าครองชีพในสหรัฐฯ ก่อนการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน และการวิพากษ์วิจารณ์ครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความขัดแย้งรอบใหม่ที่เคยเกิดขึ้นระหว่างทรัมป์และเซเลนสกีในห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office) เมื่ออดีต
การเยือนลอนดอนของเซเลนสกีครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของยูเครนในการรักษาความสัมพันธ์อันดีและเสียงสนับสนุนจากชาติยุโรป ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในสหรัฐฯ ที่ให้ความสำคัญกับปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพภายในประเทศ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อนโยบายต่างประเทศและการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรพลังงานรัสเซีย การที่สหราชอาณาจักรยังคงยืนหยัดเคียงข้างยูเครนผ่านการส่งมอบยุทโธปกรณ์เพิ่มเติม จึงเป็นปัจจัยสำคัญทางยุทธศาสตร์ที่ช่วยประคับประคองสถานการณ์ของยูเครนในช่วงเวลาที่เผชิญแรงกดดันรอบด้าน
"You have seen the solidarity and the support you have got from everybody here in Britain. We are behind you and that will not change."
ผู้นำสหราชอาณาจักร
ผู้นำสหราชอาณาจักรได้กล่าวให้ความเชื่อมั่นแก่ผู้นำยูเครนระหว่างการพบปะว่า ทุกคนในสหราชอาณาจักรพร้อมแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและสนับสนุนยูเครนอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งยืนยันว่าจุดยืนดังกล่าวจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ยังระบุเพิ่มเติมว่า เซเลนสกีจะไม่เดินทางกลับบ้านมือเปล่าจากการเดินทางเยือนในครั้งนี้อย่างแน่นอน แม้ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคและการเมืองระดับโลกจะยังคงเต็มไปด้วยความซับซ้อนและการท้าทายก็ตาม
ที่มา: BBC Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น