IMF-World Bank Group 2026: นายกฯ เลี้ยงรับรองผู้นำโลกชู Soft Power
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงต้อนรับผู้ว่าการธนาคารกลางและ รมว.คลัง ในการประชุม IMF-World Bank Group 2026 ที่ตึกสันติไมตรี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ เป็นเจ้าภาพเลี้ยงต้อนรับตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
- ไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุม IMF-World Bank อีกครั้งในรอบ 35 ปี
- โชว์ Soft Power ผ่านอาหาร 4 คอร์ส การแสดงนาฏศิลป์ และดนตรีร่วมสมัย
- มอบของที่ระลึกเครื่องหอม Karmakamet และชุดผลงานศิลปะเยาวชน
วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงต้อนรับระดับนานาชาติในรูปแบบ Welcome Dinner เนื่องในโอกาสการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2569 หรือ IMF - World Bank Group 2026 โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยผู้แทนระดับสูงของรัฐบาลไทยเข้าร่วมต้อนรับแขกคนสำคัญจากทั่วโลกอย่างคับคั่ง
บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง เริ่มต้นด้วยการที่นายกรัฐมนตรีได้ทักทายแขกผู้มีเกียรติบริเวณโถงกลางตึกสันติไมตรี ก่อนจะเดินไปยังตึกสันติไมตรีหลังนอกเพื่อขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ต้อนรับผู้นำระดับโลก โดยเน้นย้ำถึงความภาคภูมิใจที่ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IMF - World Bank อีกครั้งในรอบ 35 ปี พร้อมชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อวิถีชีวิต การค้า และการสื่อสารของผู้คนในทุกภาคส่วน
การที่ประเทศไทยกลับมาเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF - World Bank อีกครั้งในรอบ 35 ปี ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการแสดงศักยภาพทางเศรษฐกิจและการทูตในระดับสากล หลังจากที่ไทยเคยเป็นเจ้าภาพครั้งประวัติศาสตร์ในปี พ.ศ. 2534 งานนี้จึงไม่ใช่แค่การประชุมด้านการเงิน แต่ยังเป็นโอกาสทองในการกระตุ้นการท่องเที่ยวและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติผ่านยุทธศาสตร์ Soft Power ที่รัฐบาลผลักดันอย่างจริงจัง
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงที่มาและความหมายอันลึกซึ้งของชื่อตึกสันติไมตรี ซึ่งสื่อถึง "สันติภาพและมิตรภาพ" พร้อมทั้งอวยพรให้ผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านได้รับประสบการณ์อันน่าประทับใจจากการท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานคร และประสบความสำเร็จในการหารือทางเศรษฐกิจตลอดห้วงการประชุมครั้งนี้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ไฮไลต์สำคัญที่สร้างความประทับใจให้กับแขกผู้มีเกียรติคือการนำเสนอ Soft Power ของไทยผ่านหลากหลายมิติ เริ่มจากบริเวณห้องสีฟ้าที่จัดแสดงนิทรรศการผลงานศิลปะเยาวชนจากโครงการ FPO Symposium และภาพวาดจาก ThaiBev บริเวณโถงกลางที่มีการแสดงหุ่นละครเล็กโจหลุยส์และการบรรเลงดนตรีจากวงเซราะกราว ซิมโฟนีออเคสตร้า รวมถึงบูธสาธิตการทำข้าวเกรียบปากหม้อและงานหัตถศิลป์ไทย
ในส่วนของอาหารค่ำ รัฐบาลได้คัดสรรเมนูพิเศษที่ผสานความเป็นไทยเข้ากับสากล เริ่มจากอาหารว่างแบบคานาเป้ เช่น ลาบเห็ดในแตงกวา เป็ดรมควันเสิร์ฟพร้อมเมลอน ไก่ทอดสไตล์ป๊อปคอร์น และทอดมันกุ้ง ตามด้วยอาหารจานหลักในชื่อชุด "Thai Joint Venture" ที่มีให้เลือกทั้งมัสมั่นแก้มวัวออสเตรเลียตุ๋นนุ่ม ปลาแซลมอนอบซอสพริกกะเพราไทย หรือเนื้อแพลนท์เบส ปิดท้ายด้วยของหวานอย่างทับทิมกรอบน้ำกะทิหอมละมุน
"ตึกสันติไมตรีมีความหมายถึงสันติภาพและมิตรภาพ จึงหวังว่าค่ำคืนนี้จะเป็นโอกาสของการได้พบปะและสร้างเครือข่ายร่วมกัน"
อนุทิน ชาญวีรกูล
ด้านการแสดงทางวัฒนธรรมจัดเต็มภายใต้ชุด "Echoes of the Golden Land" (เสียงสะท้อนแห่งสุวรรณภูมิ) ออกแบบโดย ครูโจ้ สุธีศักดิ์ ภักดีเทวา ศิลปินแห่งชาติ ร่วมกับ คุณศักดิ์สิทธิ์ พิศาลสุพงศ์ ดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Tube Gallery โดยแบ่งการแสดงเป็น 3 ชุด ได้แก่ The Rhythm of Siam และการผสมผสานศิลปะการแสดงดั้งเดิมอย่างโขน หนังใหญ่ และหุ่นละครเล็กเข้ากับการเคลื่อนไหวร่วมสมัย ปิดท้ายด้วยการแสดงพิเศษจาก น้องเนเน่ รอยัล หรือแพรว รัตติกานต์ อำลอย คนไทยคนแรกที่คว้าแชมป์จากเวที America’s Got Talent 2026

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ก่อนเดินทางกลับ แขกผู้มีเกียรติทุกท่านยังได้รับชุดเครื่องหอมอโรมาสัญชาติไทยจากแบรนด์ Karmakamet เป็นของที่ระลึก เพื่อนำความทรงจำอันอบอุ่นและกลิ่นอายธรรมชาติของประเทศไทยติดตัวกลับไป ซึ่งงานเลี้ยงต้อนรับในค่ำคืนนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนความพร้อมของประเทศในมิติเศรษฐกิจ แต่ยังร้อยเรียงเรื่องราวทางวัฒนธรรมได้อย่างงดงามไร้ที่ติ
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น