รอมฎอน จี้หยุดนโยบายบังคับเก็บดีเอ็นเอประชาชนริมถนน
สส.พรรคประชาชนแฉคำสั่งหน่วยเหนือตั้งเป้าเก็บดีเอ็นเอ 5 คนต่อวันริมถนนในปัตตานี ชี้เสี่ยงละเมิดกฎหมายและสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- รอมฎอน ปันจอร์ สส.พรรคประชาชน เผยข้อร้องเรียนเจ้าหน้าที่บังคับเก็บดีเอ็นเอประชาชนริมถนนในอำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี
- ระบุเป็นนโยบายจากหน่วยเหนือที่มีเป้าหมายเก็บสารพันธุกรรมให้ได้ 5 คนต่อวัน โดยไม่ได้รับความสมัครใจ
- เครือข่ายภาคประชาสังคมเผยมีกรณีเจ้าหน้าที่เข้าเก็บดีเอ็นเอประชาชน 3 รายในร้านน้ำชาที่ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง เมื่อ 12 ตุลาคม
- เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงฐานอำนาจและวัตถุประสงค์ พร้อมขอให้ยุติการกระทำที่สุ่มเสี่ยงละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
นายรอมฎอน ปันจอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยถึงกรณีที่มีข้อร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดปัตตานี โดยระบุว่าพบพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่รัฐลงพื้นที่บังคับเก็บสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอจากประชาชนทั่วไปริมถนนโดยปราศจากความสมัครใจ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกและข้อกังวลด้านสิทธิเสรีภาพให้กับคนในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากข้อมูลทางพันธุกรรมถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวสูงสุด
ในทางกฎหมายแล้ว ข้อมูลดีเอ็นเอจัดเป็นพยานหลักฐานสำคัญทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 131/1 ได้กำหนดขอบเขตไว้อย่างชัดเจนว่าการเก็บสารพันธุกรรมจะสามารถกระทำได้เฉพาะกับบุคคลที่เป็นผู้ต้องหา ผู้เสียหาย หรือผู้เกี่ยวข้องกับคดีความเท่านั้น การที่เจ้าหน้าที่ใช้วิธีดักเก็บจากประชาชนทั่วไปตามท้องถนนจึงไม่มีบทบัญญัติทางกฎหมายใดมารองรับการใช้อำนาจลักษณะนี้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สส.พรรคประชาชนรายนี้ยังได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมว่า การปฏิบัติงานดังกล่าวสืบเนื่องมาจากนโยบายที่สั่งการมาจากหน่วยเหนือ โดยมีการกำหนดโควตาให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานต้องเก็บดีเอ็นเอให้ได้จำนวน 5 คนต่อวัน การตั้งเป้าหมายในลักษณะนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการต้องจำใจทำภารกิจที่สุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย โดยที่ผู้บังคับบัญชาไม่ได้ใส่ใจถึงความเสี่ยงและความเดือดร้อนที่ผู้ใต้บังคับบัญชาต้องแบกรับ พร้อมกันนี้ได้เรียกร้องให้มีการสั่งระงับและยุติการกระทำดังกล่าวทันที
การเก็บตัวอย่างสารพันธุกรรมหรือ DNA โดยไม่มีหมายศาลหรือไม่มีสถานะทางคดีรองรับ ถือเป็นการกระทบกระเทือนต่อสิทธิขั้นพื้นฐานในเนื้อตัวร่างกายและสิทธิความเป็นส่วนตัวตามรัฐธรรมนูญ การกำหนดโควตาตัวเลขรายวันในลักษณะงานด้านความมั่นคงมักสร้างแรงกดดันให้เจ้าหน้าที่ต้องหาผลงานเชิงปริมาณ จนอาจละเลยขั้นตอนทางกฎหมายที่ถูกต้องและสร้างความหวาดระแวงให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
สถานการณ์ดังกล่าวยังไม่จบเพียงแค่กรณีที่อำเภอมายอ เพราะในเวลาไล่เลี่ยกัน ทางเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากกฎหมายพิเศษ ซึ่งเป็นภาคประชาสังคมในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ได้ออกมาร่วมเปิดเผยเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน โดยระบุว่าเมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าดำเนินการเก็บดีเอ็นเอของประชาชนจำนวน 3 รายภายในร้านน้ำชาแห่งหนึ่ง ณ ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำรอยนี้ยิ่งตอกย้ำความกังวลของภาคประชาชนต่อมาตรการของรัฐ
เครือข่ายภาคประชาสังคมและตัวแทนประชาชนจึงได้ยื่นข้อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่หลีกเลี่ยงการดำเนินการเก็บสารพันธุกรรมหากไม่มีคำสั่งศาล หรือไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน พร้อมทั้งจี้ให้หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบออกมาเปิดเผยและชี้แจงต่อสาธารณชนให้เกิดความกระจ่าง ถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงและฐานอำนาจในการปฏิบัติงาน ตลอดจนตั้งข้อสังเกตว่าการใช้วิธีการดังกล่าวมีเป้าหมายเจาะจงไปยังกลุ่มคนบางกลุ่มโดยไม่มีเหตุผลอันชอบธรรมทางกฎหมายหรือไม่
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น