Martinez เผยคำวิจารณ์แมนยูมาจากความโกรธหลังพ่ายแอตเลติโก
กองหลังแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดแจงปมวิจารณ์บอร์ดบริหารและผู้อำนวยการเทคนิค เจสัน วิลค็อกซ์ เกิดจากความอารมณ์เสียหลังพ่ายแอตเลติโก 2-0

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- มาร์ติเนซออกโรงจวกบอร์ดแมนยูและเจสัน วิลค็อกซ์หลังพ่ายแอตเลติโก 2-0
- เจ้าตัวยอมรับผ่านโซเชียลมีเดียว่าคำพูดดังกล่าวมาจากความโกรธและหงุดหงิด
- ยืนยันยังเชื่อมั่นในตัวไมเคิล คาร์ริก ผู้จัดการทีม และเพื่อนร่วมทีมทุกคน
- แมนยูรั้งอันดับ 13 พรีเมียร์ลีกและไร้ชัยชนะมา 5 นัดติดต่อกัน
ลิซานโดร มาร์ติเนซ กองหลังทีมชาติอาร์เจนตินา ออกมาชี้แจงว่าความเห็นรุนแรงที่พาดพิงถึงสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เกิดจากความโกรธและอารมณ์หงุดหงิด หลังจากที่ทัพปีศาจแดงบุกไปพ่ายแพ้ต่อแอตเลติโก มาดริด 2-0 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ ดาวเตะอาร์เจนไตน์ได้ออกมาตำหนิการทำงานของสโมสรที่ไม่ยอมเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แม้จะตีตั๋วเข้าสู่รอบแชมเปียนส์ลีกได้สำเร็จ พร้อมทั้งระบุว่าเขาคาดหวังการลงทุนที่มากกว่านี้ รวมถึงต้องการเห็นความพยายามที่เพิ่มขึ้นจาก เจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการเทคนิคของทีม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา มาร์ติเนซได้โพสต์ข้อความผ่านทางโซเชียลมีเดียเพื่ออธิบายถึงท่าทีดังกล่าว โดยระบุว่าอารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดสะท้อนถึงความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะเห็นสโมสรกลับมาแข่งขันเพื่อความสำเร็จสูงสุดอีกครั้ง และมาตรฐานที่สูงเหล่านี้คือสิ่งสำคัญในการสวมเสื้อแข่งของยูไนเต็ด
สถานการณ์ของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในปัจจุบันค่อนข้างน่าเป็นห่วง โดยพวกเขาไม่ชนะใครเลยตลอด 5 นัดหลังสุด นับตั้งแต่บุกไปชนะซาบาห์ในแชมเปียนส์ลีกเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา นอกจากนี้ พวกเขาเพิ่งเก็บชัยชนะได้เพียง 2 นัดจากการลงสนาม 9 นัดในทุกรายการฤดูกาลนี้ และรั้งอยู่อันดับที่ 13 ของตารางพรีเมียร์ลีกด้วยคะแนน 6 แต้มจาก 6 นัด
"หลังจากจบการแข่งขัน ผมพูดออกไปด้วยความโกรธและหงุดหงิดที่เราไม่ได้ผลการแข่งขันตามที่ทุกคนต้องการ"
ลิซานโดร มาร์ติเนซ
เหตุการณ์ความขัดแย้งภายในสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันมหาศาลที่ผู้เล่นและทีมงานต้องเผชิญเมื่อผลงานในสนามไม่เป็นไปตามเป้าหมาย การที่นักเตะระดับแกนหลักออกมาวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานและโครงสร้างเบื้องหลังอย่างเปิดเผยถือเป็นสถานการณ์ที่หา The Red Devils ได้ยาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในห้องแต่งตัวและการตัดสินใจเรื่องอนาคตของนักเตะ โดยสัญญาฉบับปัจจุบันของมาร์ติเนซกำลังจะหมดลงสิ้นฤดูกาลนี้ แม้สโมสรจะมีออปชันขยายสัญญาเพิ่มอีกหนึ่งปีก็ตาม
ในแถลงการณ์เดียวกัน มาร์ติเนซยังได้เน้นย้ำว่าตัวเขาเองในฐานะผู้เล่นคือผู้ที่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบเป็นลำดับแรก และพร้อมที่จะเป็นคนแรกที่ก้าวออกมารับผิดชอบผลงานที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งยืนยันว่าโปรแกรมถัดไปของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดคือการออกไปเยือนลีดส์ ยูไนเต็ด ในศึกพรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคมนี้
ที่มา: BBC Sport
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น