เอกนิติ ชู 4 เรื่อง เร่งเครื่องเศรษฐกิจไทยบนเวที IMF
เอกนิติ นำเสนอ 4 ประเด็นสำคัญบนเวทีประชุม IMF เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยฝ่าวิกฤต ทั้งพลังงาน ภูมิรัฐศาสตร์ อัตราดอกเบี้ย และเอไอ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เอกนิติเสนอ 4 ประเด็นหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยบนเวที IMF
- ชี้ไทยได้ประโยชน์จากห่วงโซ่อุปทาน AI แต่ต้องรักษาวินัยการคลัง
- แนะอาเซียนร่วมมือด้านพลังงานสะอาดผ่านโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน
- เผยเอกชนไทยเติบโตถึง 10 เปอร์เซ็นต์ใน 2 ไตรมาสที่ผ่านมา
นายเอกนิติได้ขึ้นกล่าวบนเวทีการประชุมกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) โดยได้หยิบยกประเด็นสำคัญ 4 เรื่องเพื่อเร่งเครื่องเศรษฐกิจไทยท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน โดยประเด็นแรกคือเรื่องผลกระทบจากการนำเข้าพลังงานน้ำมันจากต่างประเทศจำนวนมาก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนค่าครองชีพของประชาชนในประเทศ
ประเด็นที่สองเกี่ยวข้องกับความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์และการกระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทาน โดยผู้ที่ไม่ได้อยู่ในห่วงโซ่อุปทานอาจไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสงครามที่เกิดขึ้น ส่วนประเด็นที่สามคือเรื่องอัตราดอกเบี้ย โดยระบุว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรของไทยค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกาหรือยุโรป ซึ่งอยู่ที่เพียง 2 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ถือเป็นหนึ่งในมาตรการรักษาระเบียบวินัยทางการคลังของประเทศ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ประเด็นสุดท้ายคือเรื่องปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หากประเทศใดไม่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานก็จะไม่ได้รับประโยชน์ในส่วนนี้ แต่ประเทศไทยถือว่าโชคดีที่ได้เข้าไปอยู่ในห่วงโซ่ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องตรวจสอบความแข็งแกร่งและรักษาวินัยรวมถึงเสถียรภาพทางการคลังอย่างต่อเนื่อง
นายเอกนิติระบุเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งปฏิรูปโครงสร้างและเปลี่ยนแรงกระแทกจากวิกฤตให้เป็นโอกาส ผ่านการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจนเกิดความเหลื่อมล้ำ พร้อมทั้งสร้างภูมิคุ้มกันและเร่งรัดการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ
การนำเสนอวิสัยทัศน์บนเวที IMF ของตัวแทนประเทศไทยสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติ ในยุคที่ภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกและห่วงโซ่อุปทานกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว การที่ไทยพยายามเชื่อมโยงตัวเองเข้ากับเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่าง AI และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพทางการคลัง ถือเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาว
ในด้านความท้าทายทางการค้า นายเอกนิติเสนอให้ภูมิภาคอาเซียนร่วมมือกันใช้ประโยชน์จากความหลากหลาย เช่น การจัดตั้งโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Grid) เพื่อนำเข้าพลังงานสะอาดจาก สปป.ลาว มาช่วยลดความเสี่ยงด้านพลังงาน รวมถึงการสนับสนุนการพัฒนาสมาร์ทเอไอและการต่อยอดฐานลูกค้าที่มีอยู่ นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีความโดดเด่นในการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่ดี และความพยายามขจัดอุปสรรคต่างๆ ซึ่งสะท้อนผ่านตัวเลขการเติบโตของภาคเอกชนไทยที่ขยายตัวถึง 10 เปอร์เซ็นต์ใน 2 ไตรมาสที่ผ่านมา
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น