Salary Hero ระดมทุน Series A 7.6 ล้านเหรียญ รุกขยายตลาดมาเลเซีย
Salary Hero แพลตฟอร์มสุขภาพการเงินระดมทุน Series A มูลค่า 7.6 ล้านดอลลาร์ พร้อมขยายวงเงินสินเชื่อเป็น 10 ล้านดอลลาร์ เพื่อรุกตลาดมาเลเซียและช่วยพนักงานหลุดพ้นหนี้นอกระบบ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Salary Hero ระดมทุน Series A มูลค่า 7.6 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมี Cento Ventures เป็นผู้นำการลงทุน
- บริษัทขยายวงเงินสินเชื่อเป็น 10 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมเปิดตลาดอย่างเป็นทางการในมาเลเซียช่วงไตรมาส 2 ปี 2026
- บริการเบิกเงินเดือนล่วงหน้าช่วยพนักงานไทยกว่า 300,000 คนหลีกเลี่ยงหนี้นอกระบบมูลค่ารวมกว่า 150 ล้านเหรียญสหรัฐ
- แพลตฟอร์มนำ AI มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลทรัพยากรบุคคลเพื่อประเมินและลดความเสี่ยงในการลาออกของพนักงาน
Salary Hero สตาร์ทอัพผู้ให้บริการแพลตฟอร์มด้านสุขภาพทางการเงิน ประกาศความสำเร็จในการระดมทุนรอบ Series A เป็นมูลค่า 7.6 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมี Cento Ventures ทำหน้าที่เป็นผู้นำการลงทุน ร่วมด้วย Kairous Capital จากประเทศมาเลเซีย และ M Venture Partners เข้ามาสนับสนุนในรอบนี้
นอกเหนือจากการระดมทุนผ่านหุ้นแล้ว ทางบริษัทยังได้ดำเนินการขยายวงเงินสินเชื่อหรือ Credit facility เพิ่มขึ้นจนแตะระดับ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของระบบชำระคืน ตลอดจนประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกับระบบหลังบ้านของกลุ่มนายจ้าง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดทางให้บริษัทสามารถขยายบริการเข้าสู่ตลาดมาเลเซียได้อย่างราบรื่น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ปัญหาสำคัญที่แพลตฟอร์มนี้เข้ามาแก้ไขคือภาวะการใช้เงินแบบเดือนชนเดือนของพนักงานจำนวนมากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อเกิดภาวะเงินหมดก่อนถึงกำหนดจ่ายเงินเดือน ทางออกที่หลายคนต้องเผชิญคือการหันไปพึ่งพาหนี้นอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 30% ต่อเดือน ซึ่งดึงให้คนทำงานจำนวนมากต้องติดอยู่ในวังวนของหนี้สินเรื้อรัง
รูปแบบการทำงานของ Salary Hero อนุญาตให้พนักงานสามารถเบิกเงินเดือนในส่วนที่ทำงานสำเร็จไปแล้วออกมาใช้ก่อนเวลา เพื่อแก้ปัญหาเงินขาดมือระหว่างเดือนโดยไม่ต้องพึ่งพิงเงินกู้นอกระบบ นอกจากนี้ระบบยังมาพร้อมกับหลักสูตรให้ความรู้ทางการเงิน เครื่องมือช่วยบริหารงบประมาณ และบริการสนับสนุนอื่นๆ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในระยะยาว
ในฝั่งขององค์กรนายจ้าง ระบบของ Salary Hero สามารถเชื่อมโยงเข้ากับระบบบริหารทรัพยากรบุคคลและระบบจ่ายเงินเดือนได้ทันทีผ่านพาร์ทเนอร์ผู้ให้บริการระบบ HR กว่า 25 ราย ช่วยให้องค์กรสามารถมอบสวัสดิการนี้ได้โดยไม่สร้างภาระงานปฏิบัติการเพิ่มเติม และผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูล ISO 27001 ส่งผลให้บริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ บริการ และค้าปลีกที่ใช้งานมีอัตราการลาออกของพนักงานระดับปฏิบัติการลดลง 15-25% ช่วยประหยัดต้นทุนการสรรหาและฝึกอบรมคนใหม่ได้อย่างชัดเจน
“Salary Hero นำบริการทางการเงินไปผูกติดกับระบบการทำงาน เพื่อแก้ปัญหาที่สถาบันการเงินเดิมมักมองข้าม ก่อนมาทำ VC ผมเคยบริหารโรงงานในไทยมานานกว่าสิบปีและเห็นเองว่าปัญหาเงินขาดมือส่งผลกระทบต่อพนักงานและครอบครัวอย่างไร ผู้ก่อตั้งสร้างโซลูชันที่เข้ากับบริบทของที่ทำงานได้ดี และสร้างประโยชน์ให้กับทั้งพนักงานและบริษัท”
Ali Fancy, พาร์ทเนอร์จาก Cento Ventures
การนำเทคโนโลยีเข้ามาเชื่อมโยงกับระบบสวัสดิการในที่ทำงานถือเป็นก้าวสำคัญของฟินเทคในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางถึงน้อยมักเข้าไม่ถึงบริการสินเชื่อในระบบ การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุผ่านการเบิกเงินเดือนล่วงหน้าและการให้ความรู้ทางการเงิน ไม่เพียงช่วยลดภาระหนี้สิน แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและรักษาบุคลากรที่มีค่าไว้ให้กับองค์กรในระยะยาว ซึ่งสะท้อนผ่านตัวเลขอัตราการลาออกที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับผลการดำเนินงานในประเทศไทย นับตั้งแต่เริ่มเปิดให้บริการ Salary Hero ได้ดูแลพนักงานไปแล้วกว่า 300,000 คน ในองค์กรกว่า 100 แห่ง ครอบคลุมตั้งแต่บริษัทขนาดใหญ่จนถึงธุรกิจที่กำลังเติบโต โดยสามารถช่วยพนักงานหลีกเลี่ยงการกู้หนี้นอกระบบคิดเป็นมูลค่าประเมินรวมกว่า 150 ล้านเหรียญสหรัฐ
นอกจากนี้ บริษัทยังได้นำ AI เข้ามาวิเคราะห์ข้อมูลที่ไม่ระบุตัวตนจากระบบ HR เพื่อช่วยให้ทีมบริหารบุคคลมองเห็นความเสี่ยงในการลาออกของพนักงานที่กระจุกตัวตามพื้นที่ ทีมงาน กะการทำงาน หรืออายุงาน ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถเข้าไปดูแลและสร้างแรงจูงใจให้ถูกจุดเพื่อรักษาพนักงานไว้ได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าการเปิดรับสมัครคนใหม่
ในส่วนของการขยายตลาดสู่ประเทศมาเลเซีย ข้อมูลจากธนาคารกลางมาเลเซียในปี 2024 ระบุว่าประชากรถึง 61% ประสบปัญหาในการหาเงิน 1,000 ริงกิตมาใช้ในยามฉุกเฉิน เพิ่มขึ้นจาก 47% ในปี 2021 และต้องเผชิญกับปัญหาแก๊งเงินกู้นอกระบบที่มีวิธีการทวงหนี้รุนแรงไม่ต่างจากประเทศไทย
เงินทุนก้อนใหม่นี้จะถูกนำไปใช้จัดตั้งทีมงานท้องถิ่นและร่วมมือกับลูกค้าองค์กรในมาเลเซีย โดยบริษัทได้เริ่มดำเนินงานในประเทศมาเลเซียตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 ปี 2026 และตั้งเป้าหมายให้บริการพาร์ทเนอร์ครบ 50 บริษัทภายในสิ้นปี 2027 ด้วยการผสานเทคโนโลยีระดับองค์กรเข้ากับเครือข่ายธุรกิจในท้องถิ่น
ที่มา: Techsauce
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น