Hypha-Lume Pavilion 2026: พลับพลาไมซีเลียมสะท้อนแสงไฟ
ผลงานออกแบบโดย Darya Holub และคณะ นำวัสดุไมซีเลียมประกอบเซ็นเซอร์และแสงเสียงมาสร้างเป็นพลับพลาที่บันทึกการเคลื่อนไหวของมนุษย์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Hypha-Lume คือพลับพลาปรับเปลี่ยนได้ที่ทำจากไมซีเลียมผสมเซ็นเซอร์และแสงเสียง
- โครงสร้างใช้วัสดุชีวภาพที่มีความโค้ง 3 ระดับคือ 20, 40 และ 60 องศา
- ระบบเซ็นเซอร์แปลงการเดินและหยุดพักของผู้เข้าชมเป็นลวดลายแสงและเสียงแบบเรียลไทม์
วงการสถาปัตยกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพกำลังจับตามองผลงานชิ้นใหม่ที่ผสานวัสดุธรรมชาติเข้ากับระบบดิจิทัลอย่างลงตัว พลับพลาแห่งนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ทำหน้าที่เปรียบเสมือนพื้นที่จัดเก็บความทรงจำทางกายภาพ โดยอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างโครงสร้างโมดูลาร์ชีวภาพและเทคโนโลยีเซ็นเซอร์สมัยใหม่ เพื่อบันทึกทุกย่างก้าวของผู้คนที่เดินผ่านไปมาในพื้นที่
แนวคิดเบื้องหลังโครงการนี้คือการเปลี่ยนผ่านอาคารจากสิ่งก่อสร้างที่อยู่นิ่งให้กลายเป็นระบบตอบสนองที่มีชีวิตชีวา โครงสร้างประกอบด้วยชิ้นส่วนวัสดุชีวภาพที่ถอดประกอบได้ โดยมีบล็อกสามรูปแบบหลักที่มีความโค้งแตกต่างกันอย่างชัดเจน ได้แก่ 20, 40 และ 60 องศา ซึ่งชิ้นส่วนทรงสอบเหล่านี้จะถูกยึดเข้ากับเสารองรับแนวตั้งเพื่อความมั่นคงทางวิศวกรรม ทำให้ตัวอาคารสามารถปรับเปลี่ยนรูปทรงและประกอบขึ้นใหม่ได้ตามความเหมาะสมของแต่ละสถานที่ตั้ง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ทีมนักออกแบบซึ่งประกอบด้วย Darya Holub, Selin Ozasik, Pinak Bhapkar, Nikhil Narendiran และ Baskar Bharathwaj Subramanian ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ให้โครงสร้างนี้ทำหน้าที่เป็นเสมือนคลังข้อมูลแบบโต้ตอบ โดยมีเซ็นเซอร์อัจฉริยะคอยติดตามเส้นทาง การหยุดพัก และการรวมตัวของผู้มาเยือน พร้อมแปลงข้อมูลการเคลื่อนไหวเหล่านั้นออกมาเป็นแสงสีและเสียงในเวลาจริง ในช่วงเวลากลางวัน อาคารจะโดดเด่นด้วยรูปทรงเรขาคณิตแบบออร์แกนิกและจังหวะของโมดูล ก่อนที่จะเปลี่ยนสภาพเป็นผืนผ้าใบเรืองแสงในยามค่ำคืน
"what if a pavilion could remember every movement within it? hypha-lume combines reconfigurable mycelium modules with sensors, light, projection, and sound to transform human presence into an evolving spatial memory."
Darya Holub
การนำวัสดุไมซีเลียม (เส้นใยเห็ด) มาประยุกต์ใช้ในงานสถาปัตยกรรมยุคใหม่สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดสถาปัตยกรรมหมุนเวียน (Circular Architecture) ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ การผสานวัสดุฐานชีวภาพเข้ากับเซ็นเซอร์ดิจิทัลและระบบฉายภาพโต้ตอบไม่เพียงแต่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์ใหม่ระหว่างมนุษย์และพื้นที่ทางกายภาพ ซึ่งอาจกลายเป็นแนวทางสำคัญสำหรับการออกแบบเมืองอัจฉริยะในอนาคต
เมื่อเข้าสู่ช่วงเวลากลางคืน แสงไฟอบอุ่นจะช่วยขับเน้นลวดลายพื้นผิวของไมซีเลียมและเส้นสายความโค้งของอาคารให้เด่นชัดขึ้น พร้อมทั้งฉายร่องรอยการปฏิสัมพันธ์ของผู้คนในอดีตซ้อนทับลงบนผนังอาคาร ความสูงของโมดูลและช่องเปิดที่แตกต่างกันยังช่วยให้พลับพลาสามารถตอบสนองต่อมุมมองและการเดินทางที่หลากหลายของผู้เข้าชม กลายเป็นพื้นที่สาธารณะที่มีชีวิตและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
ที่มา: designboom
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น