อนุทิน ชี้เศรษฐกิจโลกเปลี่ยน ดึงลงทุนจริงสร้างงานคุณภาพ
นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ปาฐกถาพิเศษในงาน Bank of America และ CNN เผยทุนสำรองไทย ก.ย. 69 แตะ 2.76 แสนล้านดอลลาร์ มุ่งยกระดับเศรษฐกิจ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายกฯ อนุทิน ปาฐกถาในงานเสวนา Bank of America และ CNN ที่กรุงเทพฯ
- ชู 3 แนวทางรับมือเศรษฐกิจโลกเปลี่ยน เน้นสร้างงานคุณภาพและลงทุนจริง
- เผยทุนสำรองไทย ก.ย. 69 อยู่ที่ 2.76 แสนล้านดอลลาร์ พร้อมหนุนโครงสร้างพื้นฐาน
เมื่อเวลา 19.00 น. ของวันที่ 15 ตุลาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เข้าร่วมงานเสวนาในหัวข้อ “A World in Transition: An Evening with Richard Quest” ณ ห้องบอลรูม ชั้น 4 โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างธนาคาร Bank of America และสำนักข่าว CNN
การเดินทางมาถึงงานดังกล่าวมีนายจิน ซู ประธานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Bank of America และนางสาวอรกัญญา พิบูลธรรม กรรมการผู้จัดการใหญ่ Bank of America สาประเทศไทย ให้การต้อนรับอย่างเป็นทางการ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษต่อหน้าผู้นำภาคธุรกิจและนักลงทุนระดับโลก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นายกฯ ได้กล่าวชื่นชม Bank of America ในการรวบรวมผู้กำหนดนโยบายและนักลงทุนมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง พร้อมทั้งแสดงความยินดีที่ได้พบกับนาย Richard Quest ผู้สื่อข่าวด้านธุรกิจระหว่างประเทศของ CNN ที่มีบทบาทสำคัญในการนำเสนอเรื่องราวเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของไทยมาอย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของเนื้อหาการปาฐกถา นายกรัฐมนตรีระบุว่าความเปลี่ยนแปลงของโลกกำลังส่งผลกระทบต่อทิศทางเงินทุนและความสามารถในการแข่งขัน โดยประเทศไทยได้วางแนวทางรับมือผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ การรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การปรับเปลี่ยนโครงสร้าง และการลงทุนเพื่ออนาคต ซึ่งสะท้อนผ่านตัวเลขทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ เดือนกันยายน 2569 ที่มีมูลค่าประมาณ 276,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อใช้เป็นกันชนรองรับความไม่แน่นอนจากภายนอก
"เป้าหมายสำคัญของไทยในระยะต่อไป คือ การเปลี่ยนความสนใจของนักลงทุนให้เป็นการลงทุนที่เกิดขึ้นจริงในประเทศ นำไปสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยี การสร้างงานที่ต้องใช้ทักษะสูง และการเพิ่มโอกาสให้ภาคธุรกิจไทยได้มีส่วนร่วมและเติบโตไปพร้อมกับการลงทุนจากต่างประเทศ"
อนุทิน ชาญวีรกูล
การที่ผู้นำรัฐบาลออกมาเน้นย้ำเรื่องการเปลี่ยนตัวเลขคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนให้กลายเป็นการลงทุนจริง ถือเป็นโจทย์สำคัญของประเทศไทยท่ามกลางความท้าทายจากภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยเฉพาะการดึงดูดเม็ดเงินในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งต้องอาศัยความเชื่อมั่นด้านเสถียรภาพมหภาคควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะแรงงานในประเทศ
นอกจากนี้ ไทยยังเดินหน้าทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียนเพื่อขยายความเชื่อมโยงทางการเงิน ระบบชำระเงินดิจิทัล และความมั่นคงด้านพลังงาน พร้อมทั้งมองว่าการประชุมประจำปีของ IMF และ World Bank จะเป็นเวทีสำคัญในการระดมทุนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืนในระยะยาวต่อไป
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น