ภคมน จี้ ไทยพีบีเอสแจงงบ พร้อมแนะ สตง. สังคายนาตัวเอง
น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.พรรคประชาชน จี้ไทยพีบีเอสชี้แจงปมใช้งบสูง พร้อมเตือน สตง. อย่าเป็นเครื่องมือการเมือง เผย กมธ. เตรียมเรียกบอร์ดไทยพีบีเอสแจง 22 ต.ค. นี้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ภคมน หนุนอนันต์ จี้ไทยพีบีเอสชี้แจงปมใช้งบประมาณเกินหลักร้อยล้านบาทเพื่อความโปร่งใส
- แนะสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบความชอบธรรมของตัวเองก่อนไปตรวจสอบผู้อื่น
- กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ เตรียมเชิญบอร์ดไทยพีบีเอสและกรมสรรพสามิตร่วมหารือ 22 ตุลาคมนี้
- ย้ำต้องแยกประเด็นการเปลี่ยนแหล่งที่มางบประมาณกับการปรับปรุง พ.ร.บ.ไทยพีบีเอสออกจากกัน
วันที่ 15 ตุลาคม 2569 น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีข้อสงสัยของสังคมเกี่ยวกับการใช้งบประมาณของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสที่สูงเกินกว่าหลักร้อยล้านบาท โดยระบุว่าทางสถานีมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องชี้แจงข้อเท็จจริงให้สังคมได้รับความกระจ่าง
น.ส.ภคมน ระบุว่า ในประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแหล่งที่มาของงบประมาณนั้นเป็นเรื่องภายนอกที่สภาผู้แทนราษฎรจะต้องพิจารณาลงมติ แต่ในส่วนของการดำเนินงานภายใน ไทยพีบีเอสต้องพิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็นสื่อสาธารณะที่มีความอิสระและมีความสง่างามในการบริหารจัดการงบประมาณอย่างแท้จริง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
โฆษกพรรคประชาชนยังได้กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า หากไทยพีบีเอสไม่สามารถเคลียร์ข้อข้องใจของประชาชนได้ แรงสนับสนุนจากสังคมที่ต้องการให้มีสื่อสาธารณะจะลดลง ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดในประเด็นสำคัญ โดยประเด็นหลักที่ทุกฝ่ายเรียกร้องประกอบด้วย:
- การเปลี่ยนแปลงแหล่งที่มาของงบประมาณที่อาจเสี่ยงต่อการถูกครอบงำและสูญเสียความเป็นอิสระ
- ความจำเป็นของประเทศไทยในการคงไว้ซึ่งสื่อสาธารณะที่มีคุณภาพ
- การที่ไทยพีบีเอสต้องใช้โอกาสนี้ในการปรับปรุงและปฏิรูปองค์กรครั้งใหญ่เพื่อความโปร่งใส
ในส่วนของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ได้ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวนั้น น.ส.ภคมน ตั้งข้อสังเกตว่าทาง สสต. ควรจะต้องตรวจสอบความโปร่งใสและสร้างความชอบธรรมให้แก่หน่วยงานของตนเองเสียก่อนที่จะเดินหน้าตรวจสอบผู้อื่น พร้อมทั้งแสดงความกังวลว่าไม่ควรปล่อยให้ สตง. กลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง
"ค่ะ ก็ฝากประชาสัมพันธ์เลยค่ะ วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคมนี้ กรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ เราได้ตั้งวาระนี้ไปแล้ว เชิญทั้งกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง และบอร์ดของไทยพีบีเอสมาพูดคุยกันเรื่องนี้ โดยมีสาระสำคัญ 2 เรื่อง ได้แก่ การเปลี่ยนแหล่งที่มาของเงิน ข้อกังวลที่เราจะกลัวว่าไทยพีบีเอสจะถูกครอบงำ กับการปรับปรุง พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส"
ภคมน หนุนอนันต์
ประเด็นเรื่องงบประมาณและสถานะของสื่อสาธารณะอย่างไทยพีบีเอสถือเป็นโจทย์สำคัญในแวดวงการเมืองไทย เนื่องจากสถานะทางการเงินและแหล่งที่มาของงบประมาณมีผลโดยตรงต่อความเป็นอิสระในการนำเสนอข่าวสาร การที่ตัวแทนจากพรรคการเมืองและกรรมาธิการพยายามผลักดันให้มีการตรวจสอบควบคู่ไปกับการแก้ไขพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างบรรทัดฐานใหม่ของการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจระหว่างองค์กรอิสระและสื่อมวลชนภายใต้กรอบกฎหมาย
สำหรับการตอบรับข้อเรียกร้องของ นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ที่เคยออกมาเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่มี สส. จากพรรคประชาชนดำรงตำแหน่งประธานร่วมตรวจสอบไทยพีบีเอสนั้น น.ส.ภคมน ยืนยันว่าได้บรรจุวาระดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ท้ายที่สุด น.ส.ภคมน ฝากตั้งคำถามไปยังรัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยด้วยเช่นกันว่า การผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลงแหล่งที่มาของเงินทุนไทยพีบีเอสในครั้งนี้มีวาระซ่อนเร้นอื่นใดหรือไม่ พร้อมทั้งย้ำว่านี่คือจังหวะเวลาที่เหมาะสมที่ไทยพีบีเอสจะต้องเร่งปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง เพื่อคืนความเชื่อมั่นและรักษาความเป็นสื่อสาธารณะที่เป็นอิสระอย่างแท้จริง
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น