ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Meta เปิดตัว Muse Spark Open โมเดลโอเพนเวททำงานบน Mac ได้

Meta เปิดตัว Muse Spark Open โมเดลโอเพนเวทขนาด 8.16 แสนล้านพารามิเตอร์ ทำงานบน Mac และรันบน Mac Studio พร้อมชิป M5 Ultra ได้

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
16 Oct 2026ที่มา: TechCrunch2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Meta เปิดตัว Muse Spark Open โมเดลโอเพนเวททำงานบน Mac ได้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Meta เปิดตัวโมเดลโอเพนเวท Muse Spark Open ขนาด 8.16 แสนล้านพารามิเตอร์
  • ออกแบบมาให้ทำงานบนคอมพิวเตอร์ Mac และทำงานได้ดีที่สุดบน Mac Studio ชิป M5 Ultra
  • รองรับ context window ขนาด 1 ล้านโทเค็น พร้อมความสามารถมัลติโมเดล
  • ใช้งานผ่านแพลตฟอร์ม API ต่างๆ ได้แล้ววันนี้

Meta ประกาศเปิดตัวโมเดลปัญญาประดิษฐ์แบบเปิด (open-weight) รุ่นล่าสุดในชื่อ Muse Spark Open เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2026 โดยบริษัทระบุว่าเป็นโมเดลที่มีความสามารถสูงที่สุดในสหรัฐอเมริกา และมีความโดดเด่นในการออกแบบมาให้สามารถใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์ Mac ได้เป็นอย่างดี

โมเดลใหม่นี้มาพร้อมกับพารามิเตอร์จำนวนมหาศาลและหน้าต่างบริบทขนาดใหญ่ รองรับงานที่ซับซ้อนและการทำงานแบบเอเจนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผลการประเมินที่เผยแพร่โดย Meta ระบุว่าโมเดลนี้มีประสิทธิภาพเหนือกว่าโมเดลโอเพนเวทตัวอื่นๆ ที่ได้รับความนิยมในตลาด

816Bจำนวนพารามิเตอร์ของโมเดล
1Mขนาด Context Window (โทเค็น)
1TBแรมขั้นต่ำที่ต้องใช้ในการรันเครื่อง

Muse Spark Open ถูกสร้างขึ้นมาให้เป็นมัลติโมเดลโดยกำเนิด เหมาะสำหรับการเขียนโค้ดและการทำงานอัตโนมัติ ผู้ใช้งานสามารถรันโมเดลนี้ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ของ Apple ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ตัวเครื่องจะต้องมีสเปกที่ทรงพลังพอสมควร โดยรายงานจาก Engadget ระบุว่าจำเป็นต้องมีหน่วยความจำแรมอย่างน้อย 1 เทราไบต์ และจะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อใช้งานผ่านเครื่อง Mac Studio ที่ติดตั้งชิป M5 Ultra

server room data center no logo

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ในแง่ของการใช้งานจริง Meta ได้ทดจับคู่โมเดลนี้เข้ากับ Muse Code ซึ่งเป็นเทอร์มินัลสำหรับเขียนโค้ดด้วย AI และนำไปใช้งานในเวิร์กโฟลว์ของเอเจนต์ต่างๆ เช่น การแก้ไขข้อบกพร่องและการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้กับไคลเอนต์ Mastodon นอกจากนี้บริษัทยังได้นำไปทดลองใช้งานร่วมกับ DaVinci Resolve โปรแกรมตัดต่อวิดีโอระดับไฮเอนด์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโมเดลสามารถตรวจทานและตัดต่อฟุตเทจวิดีโอได้

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การที่ Meta พัฒนาโมเดลโอเพนเวทที่สามารถรันในเครื่องระดับไฮเอนด์อย่าง Mac Studio สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการผลักดันพลังประมวลผล AI ไปสู่ระดับโลคัล (Local AI) มากขึ้น แม้ว่าข้อจำกัดด้านแรมขนาด 1 เทราไบต์จะสูงมากสำหรับผู้ใช้ทั่วไป แต่ก็นับเป็นก้าวสำคัญสำหรับนักพัฒนาและองค์กรที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและความยืดหยุ่นในการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่บนฮาร์ดแวร์ของตนเอง

จุดเด่นสำคัญของโมเดลโอเพนเวทคือความคุ้มค่าด้านต้นทุน ความโปร่งใส และความยืดหยุ่นที่โมเดลแบบปิด (closed-source) ไม่สามารถมอบให้ได้ โดยในขณะนี้ Meta ได้เปิดให้เข้าถึงโมเดลดังกล่าวผ่านหลากหลายแพลตฟอร์ม API แล้ว

ที่มา: TechCrunch

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้