อนุทิน ชาญวีรกูล 2026: โต้เดือดอภิปรายไม่ไว้วางใจ
นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวเราะพร้อมย้อนถามวาทกรรม 'โง่-ห่วย-เลว' ของพรรคประชาธิปัตย์ในการซักฟอกรัฐบาล เมื่อ 16 ต.ค. 2569 ที่ศูนย์สิริกิติ์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายกฯ อนุทินหัวเราะและย้อนถามกรณีนางการดีซักฟอก 3 ปม
- ชี้วาทกรรม 'โง่-ห่วย-เลว' อาจหมายถึงตัวผู้พูดเองตามกลไกป้องกันตัว
- เปรียบเทียบจำนวน สส. พรรคประชาธิปัตย์จากร้อยกว่าเหลือหลักสิบ
- ระบุพรรคที่มีเกือบ 200 เสียงไม่ได้เป็นฝ่ายที่ถูกกล่าวหา
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลา 10.05 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งนางการดี เลียวไพโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ตั้ง 3 ประเด็นในการซักฟอกการทำงานของรัฐบาลด้วยถ้อยคำรุนแรงว่าบริหารราชการแผ่นดินด้วยความไร้ประสิทธิภาพ
โดยทันทีที่ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงประเด็นดังกล่าว นายอนุทินได้ส่งเสียงหัวเราะก่อนจะย้อนถามกลับด้วยความสงสัยว่า ทางฝ่ายค้านได้ใช้ถ้อยคำในลักษณะนั้นจริงหรือไม่ พร้อมทั้งตั้งคำถามกลับไปยังผู้สื่อข่าวว่าถ้อยคำดังกล่าวเป็นการมุ่งเป้ามาที่คณะรัฐมนตรีหรือเป็นการพูดถึงตัวผู้กล่าวหาเองกันแน่
การใช้กลไกป้องกันตัวทางจิตวิทยา หรือ Defense Mechanism ที่นายอนุทินกล่าวถึง เป็นแนวคิดทางจิตวิเคราะห์ที่อธิบายว่ามนุษย์มักจะนำเอาปมด้อยหรือลักษณะนิสัยด้านลบของตนเองไปกล่าวโทษผู้อื่น เพื่อลดความวิตกกังวลภายในใจ ซึ่งมักปรากฏให้เห็นบ่อยครั้งในวาทกรรมทางการเมืองไทยยุคปัจจุบันที่ใช้การปะทะด้วยถ้อยคำมากกว่าการถกเถียงด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์
เมื่อผู้สื่อข่าวได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่าถ้อยคำดังกล่าวเป็นสโลแกนหลักที่ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้เตรียมไว้สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ นายอนุทินได้แสดงอาการอุทานว่า 'โอ้ย' พร้อมกับส่ายหน้าและให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า บุคคลที่จะสามารถเอ่ยปากพูดคำเหล่านี้ออกมาได้นั้น แท้จริงแล้วน่าจะเป็นการสะท้อนตัวตนหรือสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ภายในใจเสียมากกว่า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"ก็เป็นวาทกรรมของพรรคที่เคยมี 100 กว่าเสียง และเหลืออยู่ 10 กว่าเสียง ที่พูดกับพรรคที่เคยมีอยู่ 10 กว่าเสียง และขึ้นไปเป็นเกือบ 200 เสียง ก็ไม่รู้ว่าใครโง่ ใครห่วย ใครเลว"
อนุทิน ชาญวีรกูล
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวพาดพิงถึงสถานการณ์ทางการเมืองของพรรคคู่กรณี โดยระบุว่าถ้อยคำวิจารณ์ดังกล่าวมาจากตัวแทนของพรรคการเมืองที่เคยมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากกว่าร้อยเสียง แต่ปัจจุบันกลับลดจำนวนลงเหลือเพียงหลักสิบเสียงเท่านั้น เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับพรรคการเมืองของตนเองที่ปัจจุบันมีจำนวน สส. เพิ่มขึ้นจนเกือบถึง 200 เสียง จึงทำให้ตั้งคำถามกลับว่าท้ายที่สุดแล้วใครกันแน่ที่มีความบกพร่องตามที่ถูกกล่าวหา
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น