ข้ามไปเนื้อหาหลัก

GOSH ใช้ตรวจเมตาจีโนม ค้นหาเชื้อดื้อยาเด็กวิกฤตในวันเดียว

โรงพยาบาล Great Ormond Street ในลอนดอนใช้การตรวจเมตาจีโนมแบบวันเดียวเสร็จ ช่วยชีวิตเด็กป่วยหนัก 122 ราย พบเชื้อที่วิธีเดิมตรวจไม่พบ

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
16 Oct 2026ที่มา: BBC Health3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
GOSH ใช้ตรวจเมตาจีโนม ค้นหาเชื้อดื้อยาเด็กวิกฤตในวันเดียว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • รพ. Great Ormond Street (GOSH) ในลอนดอนใช้การตรวจเมตาจีโนมวันเดียวเสร็จ
  • ตรวจวิเคราะห์สารพันธุกรรมทั้งหมด ค้นหาแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อราได้จากตัวอย่างเดียว
  • ช่วยชีวิตเด็กป่วยวิกฤต 122 รายในห้องไอซียู ชี้เป้าเชื้อดื้อยาที่วิธีเดิมพลาดไป
  • ผลงานตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet Microbe พร้อมเตรียมขยายผลสู่ 30 ไอซียูทั่ว UK

วงการแพทย์ก้าวไปอีกขั้นเมื่อโรงพยาบาล Great Ormond Street Hospital (GOSH) ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ นำนวัตกรรมการตรวจวิเคราะห์สารพันธุกรรมแบบใหม่ที่เรียกว่า เมตาจีโนม (Metagenomics) มาใช้กับเด็กป่วยวิกฤตในหอผู้ป่วยหนัก (ICU) โดยสามารถรู้ผลได้ภายในวันเดียว ช่วยให้แพทย์ตรวจพบการติดเชื้อที่ซ่อนอยู่และเชื้อดื้อยาที่วิธีการตรวจแบบเดิมมองไม่เห็น

การทดลองดังกล่าวจัดทำขึ้นในช่วงปี 2024-2025 โดยนำตัวอย่างทางเดินหายใจจากเด็กป่วยวิกฤตจำนวน 122 ราย มาผ่านกระบวนการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งหมดที่มีอยู่ในตัวอย่างเดียว ซึ่งต่างจากวิธีเพาะเชื้อในจานเพาะเชื้อแบบดั้งเดิมที่ใช้กันมาตั้งแต่ยุควิคตอเรีย หรือวิธี PCR ที่แพทย์ต้องคาดเดาและระบุล่วงหน้าว่าจะตรวจหาเชื้อชนิดใด

DNA sequencing laboratory equipment scientific research

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ผลลัพธ์จากการศึกษาซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet Microbe ระบุว่า วิธีการนี้สามารถระบุเชื้อแบคทีเรียและไวรัสได้ราว 9 ใน 10 รวมถึงเชื้อราได้ทั้งหมดในตัวอย่าง โดยในจำนวนนี้มีถึง 1 เปอร์เซ็นต์หรือหนึ่งในสี่ของเคสทั้งหมดที่ผลตรวจส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจรักษา เช่น การเริ่ม ให้หยุด หรือเปลี่ยนยาปฏิชีวนะให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

122เด็กป่วยวิกฤตที่เข้าร่วมการศึกษา
25%เคสที่ผลตรวจเปลี่ยนแนวทางยา
50เชื้อโรคใหม่ที่วิธีเดิมตรวจไม่พบ

หนึ่งในผู้ป่วยที่รอดชีวิตคือน้อง วิลโลว์ ครอว์เทอร์ (Willow Crowther) เด็กหญิงวัย 10 ขวบจากเคนต์ ซึ่งล้มป่วยด้วยโรคปอดบวมอย่างรุนแรงจนเกิดอาการชักและหัวใจหยุดเต้นหลายครั้ง เธอถูกส่งตัวเข้าห้องไอซียูของ GOSH โดยแม่ของเธอ Stacey Moore เผยว่าแพทย์เคยบอกให้ครอบครัวทำใจเนื่องจากโอกาสรอดชีวิตมีเพียง 50% เท่านั้น

"การที่พวกเขามีชุดตรวจนี้เตรียมไว้ให้เธอถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด มันช่วยชีวิตเธอไว้"

Stacey Moore (แม่ของวิลโลว์)

ด้วยเทคโนโลยีเมตาจีโนม แพทย์พบว่าวิลโลว์ติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาซึ่งต้องใช้ยาปฏิชีวนะต่างจากที่แพทย์เคยจ่ายให้ตอนแรก หลังจากได้รับยาที่ถูกต้อง เธอก็สามารถฟื้นตัวและออกจากโรงพยาบาลได้หลังใช้เวลาพักรักษาตัวอยู่นานหลายเดือน

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การตรวจแบบเมตาจีโนม (Metagenomics) แตกต่างจากการตรวจหาเชื้อแบบเดิมอย่างสิ้นเชิง เพราะแทนที่จะส่องหาเชื้อทีละตัวตามข้อสงสัย เทคโนโลยีนี้จะอ่านรหัสพันธุกรรมทุกชนิดที่พบในตัวอย่างพร้อมกัน ทำให้สามารถเจอเชื้อโรคแปลกปลอม เชื้อผสม หรือเชื้อดื้อยาที่หลุดรอดจากการตรวจทั่วไปได้ทันที ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยผู้ป่วยรายบุคคล แต่ยังมีส่วนสำคัญในการป้องกันการใช้ยาปฏิชีวนะเกินจำเป็นและลดปัญหาเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในระดับมหภาคด้วย

ดร. แซม เรย์ (Dr. Sam Ray) กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชบำบัดวิกฤตและผู้ร่วมเขียนงานวิจัย ระบุว่าการศึกษาชิ้นนี้ช่วยให้ทีมแพทย์มองเห็นการติดเชื้อที่เกือบพลาดไป และช่วยหยุดการใช้ยาปฏิชีวนะในกรณีที่รู้แน่ชัดว่าไม่ได้ผล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการรับมือกับวิกฤตเชื้อดื้อยา

ด้าน ดร. จูเลียน บราวน์ (Dr. Julianne Brown) หัวหน้าฝ่ายบริการเมตาจีโนมของ GOSH เผยว่าขณะนี้กำลังทยอยขยายผลการใช้งานไปยังห้องไอซียูราว 30 แห่งทั่วสหราชอาณาจักร ทั้งสำหรับผู้ป่วยเด็กและผู้ใหญ่ พร้อมมองว่าเทคโนโลยีนี้อาจกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเฝ้าระวังเชื้อโรคปริศนาตัวใหม่ที่อาจก่อให้เกิดโรคระบาดใหญ่ในอนาคต

ที่มา: BBC Health

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้