แม่น้ำดานูบแห้งขอดเป็นประวัติการณ์ จ่อสั่งปิดโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฮังการี
วิกฤตภัยแล้งเล่นงานยุโรป ระดับน้ำแม่น้ำดานูบน้อยที่สุดในรอบหลายสิบปี ส่งผลกระทบต่อระบบหล่อเย็นโรงไฟฟ้าและการเดินเรือ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ระดับน้ำแม่น้ำดานูบต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ บีบให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ปักส์ (Paks) ต้องปิดตัวลง
- โรมาเนียปิดเตาปฏิกรณ์หนึ่งในโรงไฟฟ้า Cernavoda กระทบพลังงาน 20% ของประเทศ
- วิกฤตความร้อนและฝนทิ้งช่วงทำน้ำในแม่น้ำดานูบลดฮวบเหลือไม่ถึงหนึ่งในสามของค่าเฉลี่ย
- พบซากเรือรบสมัยสงครามโลกและกระดูกแมมมอธโผล่พ้นก้นแม่น้ำที่แห้งขอด
วิกฤตภัยแล้งรุนแรงและคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมทวีปยุโรปตลอดช่วงฤดูร้อน ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำดานูบดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดในรอบหลายสิบปีในหลายประเทศ เช่น เซอร์เบียและโรมาเนีย สถานการณ์ดังกล่าวสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน จนทำให้ผู้นำฮังการีต้องออกมาประกาศเตือนถึงการปิดทำการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งเดียวของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Paks ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยสหภาพโซเวียต จำเป็นต้องใช้มวลน้ำจากแม่น้ำดานูบเข้ามาช่วยในระบบหล่อเย็นของเตาปฏิกรณ์ แต่ปริมาณน้ำที่ลดลงอย่างรุนแรงทำให้หัวฉีดน้ำดูดน้ำไม่ถึงระดับผิวน้ำ ทางการจึงเตรียมใช้มาตรการจำกัดการใช้พลังงาน พร้อมขอความร่วมมือประชาชนงดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าและเปิดแอร์ในช่วงเวลาเร่งด่วน 17:00 ถึง 22:00 น.

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในฮังการีเท่านั้น ประเทศโรมาเนียซึ่งมีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์สองแห่งที่จ่ายไฟราว 20% ของประเทศ ก็ต้องปิดการทำงานของเตาปฏิกรณ์ตัวแรกที่โรงไฟฟ้า Cernavoda ไปแล้วเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้ต้องปิดเตาปฏิกรณ์ตัวที่สองตามมา ซึ่งหากทำไม่สำเร็จ โรมาเนียจะเผชิญชะตากรรมเดียวกันคือไม่มีพลังงานนิวเคลียร์ใช้เป็นการชั่วคราว ขณะที่สถาบันอุทกวิทยาแห่งชาติโรมาเนียระบุว่า อัตราการไหลของแม่น้ำดานูบในเดือนกรกฎาคมลดลงเหลือเพียง 1,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากค่าเฉลี่ยปกติ 4,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ปรากฏการณ์แม่น้ำดานูบแห้งขอดในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความมั่นคงด้านพลังงานของยุโรป โดยทวีปยุโรปถือเป็นภูมิภาคที่โลกร้อนขึ้นเร็วกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึงสองเท่า ภาวะภัยแล้งยืดเยื้อไม่เพียงแต่ขัดขวางการเดินเรือและการท่องเที่ยว แต่ยังทำให้โรงไฟฟ้าความร้อนและนิวเคลียร์ที่ต้องพึ่งพาน้ำธรรมชาติในการระบายความร้อนตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะต้องหยุดเดินเครื่องฉุกเฉิน ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาไฟดับหรือความไม่มั่นคงของระบบกริดไฟฟ้าในระดับภูมิภาคได้
นอกจากปัญหาด้านพลังงานแล้ว ระดับน้ำที่ลดลงอย่างฮวบฮาบยังเปิดเผยให้เห็นร่องรอยประวัติศาสตร์และซากโบราณวัตถุที่จมอยู่ใต้น้ำมานานหลายสิบปี เช่น ซากเรือบรรทุกสินค้าของฮังการีในโครเอเชีย ซากเรือรบเยอรมนีสมัยสงครามโลกครั้งที่สองในเซอร์เบีย รวมถึงซากโครงกระดูกแมมมอธที่เมืองรูเซในประเทศบัลแกเรีย ส่วนการคมนาคมทางน้ำก็ต้องหยุดชะงักลง โดยมีเหตุการณ์ที่ตำรวจชายแดนต้องอพยพผู้โดยสาร 186 ชีวิตออกจากเรือสำราญ Viking Ullur ที่เกยตื้นใกล้เมืองวีดิน เนื่องจากเรือไม่สามารถเทียบท่าและเรือช่วยเหลือลำอื่นก็ไม่สามารถเข้ามาประชิดได้
ที่มา: BBC Science & Environment
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น