ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Anthropic เล่ามุมมอง AI พลิกเศรษฐกิจโลกบนเวที IMF ในไทย

Jack Clark ผู้ร่วมก่อตั้ง Anthropic ขึ้นเวที IMF ในไทยร่วมกับ Kristalina Georgieva และผู้นำระดับโลก เผยเบื้องหลังการใช้ AI พลิกเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
17 Oct 2026ที่มา: Techsauce3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Anthropic เล่ามุมมอง AI พลิกเศรษฐกิจโลกบนเวที IMF ในไทย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Jack Clark ผู้ร่วมก่อตั้ง Anthropic ร่วมเวที IMF ในไทยถกเรื่อง AI กับเศรษฐกิจโลก
  • บริษัทใหญ่ต้องกล้าทำ Creative Destruction และรื้อระบบทำงานเดิมเพื่อใช้ AI
  • AI มีคุณสมบัติพิเศษคือเปิดมาแล้วพร้อมทำงานทันที ต่างจากเทคโนโลยีทั่วไป
  • Anthropic เน้นสร้างเทคโนโลยีอเนกประสงค์และแชร์ข้อมูลผ่าน Economic Index

เวทีการเสวนา AI and the Global Economy: From Risk to Opportunity ในประเทศไทย ได้รวบรวมบุคคลสำคัญระดับโลกมาร่วมถกประเด็นการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจจากปัญญาประดิษฐ์ ผู้ร่วมวงประกอบด้วย Kristalina Georgieva กรรมการผู้จัดการ IMF, Tiff Macklem ผู้ว่าการธนาคารกลางแคนาดา, Tobias Meyer ซีอีโอ DHL Group, Ayesha Khanna ซีอีโอ Addo และ Jack Clark ผู้ร่วมก่อตั้ง Anthropic โดยมี Richard Quest ผู้ประกาศข่าว CNN เป็นผู้ดำเนินรายการ

ตลอดการพูดคุยราว 50 นาที Jack Clark ได้เจาะลึกถึงทิศทางของเทคโนโลยีที่ไม่ได้เป็นเพียงคำสัญญาอีกต่อไป แต่กำลังส่งผลต่อผลิตภาพ ตลาดแรงงาน และการกำกับดูแล ประเด็นสำคัญคือองค์กรที่ประสบความสำเร็จในการใช้ AI มีจุดร่วมคือการกล้าทำ Creative Destruction หรือการยอมรื้อระบบการทำงานเดิมทิ้งเพื่อสร้างระบบใหม่ด้วย AI ซึ่งทำได้ยากขึ้นตามขนาดขององค์กร

Thailand university campus building exterior

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

50 นาทีการขึ้นเวทีพูดคุยของ Jack Clark ในไทย
100 ล้านชิ้นพัสดุที่ DHL จัดส่งต่อวัน

Clark ยกตัวอย่างจากประสบการณ์ของ Anthropic เองที่นำซอฟต์แวร์ระบบใหญ่มาให้ AI เขียนใหม่ตั้งแต่ศูนย์ ผลลัพธ์คือได้ระบบที่เร็วและมีประสิทธิภาพสูงขึ้นมาก บทเรียนสำคัญจึงไม่ใช่แค่ตัวเทคโนโลยี แต่เป็นการยอมละทิ้งวิธีทำงานแบบเดิมจริง ๆ ในขณะที่สตาร์ทอัพมีความคล่องตัวสูง บริษัทใหญ่มีจุดเด่นเรื่องเครือข่ายและบริบทในโลกจริง เช่น ระบบขนส่งทั่วโลกของ DHL ที่สตาร์ทอัพยังไม่สามารถเทียบเคียงได้ในงานที่ซับซ้อน

"บริษัทใหญ่ได้เปรียบเรื่องบริบทและเครือข่ายที่สะสมมานาน ในโลกดิจิทัลสตาร์ทอัพอาจจะชนะด้วยความเร็ว แต่ถ้าเป็นงานในโลกจริงที่ต้องประสานงานซับซ้อนและใช้สายสัมพันธ์ บริษัทใหญ่ยังกินขาด"

Jack Clark

ในประเด็นเรื่องผลิตภาพ Clark มองว่าเรากำลังประเมินต่ำไปว่า AI จะเพิ่ม Productivity ได้เร็วแค่ไหน เนื่องจาก AI เป็นเทคโนโลยีแรกที่เปิดมาแล้วพร้อมทำงานทันทีโดยไม่ต้องตั้งค่าหรือฝึกคนนานเหมือนเครื่องจักรรุ่นก่อน หน่วยงานหรือรัฐบาลที่นำไปใช้จะเริ่มเห็นผลชัดเจนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ต่างจากมุมมองของ Georgieva ที่ยกกฎของAmara มาชี้ว่าคนมักคาดหวังผลสูงเกินไปในระยะสั้นแต่ประเมินต่ำไปในระยะยาว

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

บริบทเพิ่มเติม: แนวคิดเรื่อง Creative Destruction หรือการสร้างสรรค์ผ่านการทำลายล้าง เป็นทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ที่คิดค้นโดย Joseph Schumpeter ซึ่งอธิบายว่านวัตกรรมใหม่ ๆ มักเข้ามาทำลายโครงสร้างธุรกิจเก่าเพื่อเปิดทางให้ระบบเศรษฐกิจเติบโตในระดับที่สูงขึ้น การที่ผู้นำเทคโนโลยีอย่าง Anthropic หยิบยกแนวคิดนี้มาใช้เน้นย้ำว่าการนำ AI เข้ามาในองค์กรไม่ใช่แค่การเปลี่ยนเครื่องมือพิมพ์งาน แต่เป็นการปฏิรูปกระบวนการตัดสินใจทางธุรกิจทั้งหมด

ด้านตลาดแรงงาน Clark เปิดเผยข้อมูลว่าตลาดเริ่มสะท้อนการจ้างงานเด็กจบใหม่ที่อาจชะลอตัว ขณะที่ภายใน Anthropic เองหันมาจ้างคนที่มีประสบการณ์บริหารจัดการสูงเพื่อมาดูแลระบบแรงงานเสมือนที่เป็น AI นอกจากนี้บริษัทยังเผยแพร่ข้อมูลผ่าน Anthropic Economic Index เพื่อให้ธนาคารกลางและผู้กำหนดนโยบายนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจแก้ไขปัญหานโยบายแรงงานได้อย่างตรงจุด

ที่มา: Techsauce

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้