ป่าแอมะซอนบราซิลสถิติลดตัดไม้ทำลายป่าสูงสุดในรอบ 38 ปี
ข้อมูลดาวเทียมเผยอัตราการตัดไม้ทำลายป่าแอมะซอนในบราซิลลดลง 41.8% สูงสุดตั้งแต่เริ่มบันทึกปี 1988 ท่ามกลางการเลือกตั้งประธานาธิบดี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- อัตราการตัดไม้ทำลายป่าแอมะซอนในบราซิลลดลง 41.8% สูงสุดตั้งแต่เริ่มบันทึกในปี 1988
- ป่าเซร์ราโด (Cerrado) ซึ่งเป็นเขตทุ่งหญ้าสะวันนาของบราซิลมีพื้นที่ป่าถูกทำลายลดลง 23.8%
- ประธานาธิบดีลูอิส อีนาซิอู ลูลา ดา ซิลวา ตั้งเป้าหมายบรรลุการตัดไม้ผิดกฎหมายเป็นศูนย์ภายในปี 2030
- บราซิลเตรียมจัดการเลือกตั้งรอบตัดสินในวันที่ 25 ตุลาคม ระหว่าง ลูลา และ ฟลาวีโอ บุตรชายของอดีตผู้นำแบล소นารู
อัตราการตัดไม้ทำลายป่าในผืนป่าแอมะซอนประเทศบราซิลลดลงอย่างฮวบฮาบถึง 41.8% ในช่วงหนึ่งปีที่นับจนถึงเดือนกรกฎาคม 2026 จากการเปิดเผยของข้อมูลดาวเทียม ซึ่งนับเป็นการลดลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บบันทึกสถิติอย่างเป็นทางการในปี 1988 ขณะที่พื้นที่ป่าเซร์ราโด (Cerrado) ซึ่งเป็นเขตทุ่งหญ้าสะวันนาของบราซิลก็มีอัตราการลดลงเช่นกันอยู่ที่ 23.8% ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้นโยบายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดของประธานาธิบดีฝ่ายซ้าย ลูอิส อีนาซิอู ลูลา ดา ซิลวา (Luiz Inácio Lula da Silva) ผู้ซึ่งก้าวขึ้นสู่อำนาจเมื่อสามปีที่แล้วและให้คำมั่นว่าจะยุติการตัดไม้ทำลายป่าให้ได้ภายในปี 2030
ก่อนหน้านี้ ในยุคสมัยของอดีตประธานาธิบดีฝ่ายขวา ฌาอีร์ แบลโซนารู (Jair Bolsonaro) ระหว่างปี 2019 ถึง 2022 พื้นที่ป่าแอมะซอนสูญหายไปมากกว่ารัฐบาลชุดก่อนหน้าเกือบ 60% เนื่องจากการส่งเสริมการทำเหมืองในพื้นที่ชนพื้นเมืองและการตัดไม้ที่พุ่งสูงขึ้นสวนทางกับงบประมาณและทรัพยากรในการปกป้องผืนป่าที่ถูกตัดทอนลงอย่างมาก ทว่าเมื่อประธานาธิบดีลูลาเข้ามาบริหารประเทศ เขาได้ยกเลิกนโยบายเดิมและยกระดับการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมรวมถึงบทลงโทษสำหรับการลักลอบตัดไม้ ส่งผลให้อัตราการสูญเสียพื้นที่ป่าลดลงอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งทำสถิติลดลงสูงสุดเป็นประวัติการณ์ล่าสุดนี้
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาทางการเมืองที่สำคัญของประเทศ โดยในวันที่ 25 ตุลาคมนี้ ประธานาธิบดีลูลาจะต้องเผชิญหน้ากับการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบตัดสิน (Run-off) กับ ฟลาวีโอ แบลโซนารู (Flavio Bolsonaro) บุตรชายของอดีตประธานาธิบดีแบลโซนารู ซึ่งผลโพลสำรวจความคิดเห็นบ่งชี้ว่าคะแนนเสียงสูสีกันอย่างมาก แม้ว่าฟลาวีโอจะให้คำมั่นว่าจะปราบปรามอาชญากรรมองค์กรในแอมะซอน แต่คาดว่าเขาน่าจะยังคงสานต่อนโยบายหลักเดิมของผู้เป็นบิดาหากได้รับชัยชนะ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"เป้าหมายของเราคือการบรรลุการตัดไม้ทำลายป่าผิดกฎหมายเป็นศูนย์ภายในปี 2030"
ลูอิส อีนาซิอู ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีบราซิล
มาร์ซิโอ อัสต리นี (Marcio Astrini) เลขาธิการบริหารของกลุ่มรณรงค์ด้านสภาพภูมิอากาศ โอเซร์วาโตรีโอ ดู คลิมา (Observatorio do Clima) ระบุว่าความสำเร็จนี้ถือเป็นความสำเร็จทางประวัติศาสตร์ของบราซิล ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการมีความตั้งใจทางการเมืองที่แน่วแน่จะสามารถยับยั้งการตัดไม้ทำลายป่าและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้จริง อย่างไรก็ตาม ป่าฝนเขตร้อนอย่างแอมะซอนซึ่งเป็นบ้านของสิ่งมีชีวิตนับล้านสปีชีส์และเป็นปราการสำคัญในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อช่วยรักษาอุณหภูมิโลก ยังคงเผชิญแรงกดดันต่อเนื่องจากการบุกเบิกพื้นที่เพื่อการเกษตรและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า
บริบทเพิ่มเติม: ป่าแอมะซอนครอบคลุมพื้นที่กว่า 60% ในประเทศบราซิล และถูกขนานนามว่าเป็น "ปอดของโลก" เนื่องจากความสามารถในการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์มหาศาล การที่รัฐบาลชุดปัจจุบันเพิ่มบทลงโทษทางกฎหมายและนำเทคโนโลยีดาวเทียมมาใช้ติดตามการบุกรุกพื้นที่ป่าอย่างใกล้ชิด สะท้อนให้เห็นว่าปัจจัยด้านโครงสร้างการบังคับใช้กฎหมายมีความสำคัญไม่แพ้เจตนารมณ์ทางการเมือง ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนับเป็นเครื่องพิสูจน์รูปธรรมชิ้นสำคัญก่อนที่บราซิลจะเผชิญจุดเปลี่ยนทางการเมืองอีกครั้งในการเลือกตั้งรอบตัดสินปลายเดือนตุลาคมนี้
ที่มา: BBC Science & Environment
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น