England ถล่ม Wales 70-6 ประเดิม Women's World Cup
England ถล่ม Wales 70-6 ในนัดเปิดสนาม Women's Rugby League World Cup ที่เมือง Perth โดย Connie Boyd และ Anna Davies ทำแฮตทริก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- England เอาชนะ Wales ไปด้วยสกอร์ 70-6 ในนัดเปิดสนาม Group A
- Connie Boyd และ Anna Davies ทำคนละ 3 ลอง (แฮตทริก) ให้กับทีมชาติ England
- Paige Travis ทำลองประวัติศาสตร์ให้ Wales ขึ้นนำชั่วคราวก่อนถูกทวงคืน
การแข่งขันรักบี้ลีกหญิงชิงแชมป์โลก (Women's Rugby League World Cup) นัดเปิดสนามในกลุ่ม A ที่เมือง Perth ประเทศออสเตรเลีย ทีมชาติ England โชว์ฟอร์มดุถล่มเอาชนะทีมน้องใหม่อย่าง Wales ไปด้วยคะแนน 70-6 โดยเกมเริ่มต้นขึ้นด้วยความตื่นเต้นเมื่อ Wales สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการทำลองแรกจาก Paige Travis ในช่วง 10 นาทีแรกหลังฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของฝั่ง England ทำให้แฟนๆ ได้ลุ้น
อย่างไรก็ตาม ความได้เปรียบนั้นอยู่ไม่นานนักเมื่อทีมเต็งอย่าง England ภายใต้การคุมทีมของ Stu Barrow ตั้งสติได้และโหมเกมรุกใส่อย่างหนักจนสามารถทำลองคืนได้ถึง 7 ครั้งก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นำห่าง 40-6 โดยมี Amelia Brown เป็นผู้เปิดสกอร์แรกให้ทีมตามด้วย Georgia Wilson และ Hollie-Mae Dodd ที่ช่วยกันทำแต้ม
ในครึ่งหลังเกมยังคงเป็นของ England ฝ่ายเดียว โดยมี Connie Boyd ปีกดาวรุ่ง และ Connie Davies อีกหนึ่งปีกตัวเก่งที่ทำแฮตทริกคนละ 3 ลอง รวมถึง Izzy Rowe ที่โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมด้วยการทำ 2 ลองและเตะแปลงเข้าถึง 9 ครั้ง รวมทำคะแนนไป 26 แต้ม ซึ่งเทียบเท่าสถิติสูงสุดตลอดกาลของการทำคะแนนโดยผู้เล่น England คนเดียวในศึกเวิลด์คัพ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ยังมี Jasmin Strange ผู้เล่นหน้าใหม่ที่ทำลองแรกในนามทีมชาติได้สำเร็จ และไฮไลต์สำคัญคือจังหวะที่ Amelia Brown วิ่งทะลวงระยะทางกว่า 109 เมตรหลังจาก Wales พยายามเตะหยอดมุมสนามแต่บอลเป็นใจเด้งเข้าทางพอดี กลายเป็นหนึ่งในลองที่ยาวที่สุดในประวัติศาสตร์รักบี้ลีกหญิง
ชัยชนะครั้งนี้ตอกย้ำช่องว่างระหว่างทีมระดับท็อปของโลกกับทีมน้องใหม่อย่าง Wales ที่เพิ่งลงเล่นรอบคัดเลือกและมีประสบการณ์ในระดับนานาชาติจำกัด แม้ผลการแข่งขันจะดูห่างไกล แต่ประสบการณ์จากทัวร์นาเมนต์ระดับโลกนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาวงการรักบี้ลีกหญิงของ Wales โดยมีโปรแกรมพบกับ Samoa เป็นด่านต่อไปในวันศุกร์นี้
ที่มา: BBC Sport
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น