SpaceX ทุ่มงบมหาศาลซื้อคลื่นความถี่ เตรียมชนค่ายมือถือยักษ์ใหญ่
SpaceX ของอีลอน มัสก์ รุกตลาดโทรคมนาคมสหรัฐฯ ด้วยการทุ่มงบซื้อคลื่นความถี่มูลค่ามหาศาลจาก EchoStar เพื่อสร้างเครือข่ายมือถือแข่งกับ AT&T, Verizon และ T-Mobile

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- SpaceX วางแผนก้าวขึ้นเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือรายใหญ่รายที่ 4 ของสหรัฐฯ
- บริษัททุ่มเงินซื้อคลื่นความถี่มูลค่าเกือบ 20,000 ล้านบาทและข้อตกลงมูลค่า 8,000 ล้านดอลลาร์
- ได้รับอนุมัติจาก FCC ให้ส่งดาวเทียม Starlink รุ่นใหม่จำนวน 15,000 ดวงขึ้นสู่อวกาศ
- นักวิเคราะห์มองว่านี่คือความท้าทายครั้งใหญ่ต่ออุตสาหคมโทรคมนาคมดั้งเดิม
การขยายธุรกิจครั้งใหม่ของ SpaceX ในครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับจรวดหรือรถยนต์บินได้ แต่เป็นการรุกเข้าสู่ตลาดบริการโทรศัพท์มือถือที่มูลค่าสูงถึงหลักล้านล้านดอลลาร์ในสหรัฐอเมริกา โดยในรายการพอดแคสต์ Decoder ทาง นีลีย์ พาเทล บรรณาธิการบริหารของ The Verge ได้พูดคุยกับ วอลเตอร์ พีซิก พาร์ทเนอร์และนักวิเคราะห์จาก LightShed Partners ถึงก้าวสำคัญของบริษัทภายใต้การนำของอีลอน มัสก์
เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้ SpaceX ได้บรรลุข้อตกลงในการซื้อคลื่นความถี่่านความถี่ต่ำ (low-band spectrum) ครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นคลื่นที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันในวงการโทรคมนาคมมานานหลายทศวรรษ เป้าหมายทะเยอทะยานของบริษัทคือการใช้คลื่นความถี่เหล่านี้ในการสร้างเครือข่ายมือถือที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก ควบคู่ไปกับข่าวการอนุมัติจากคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ หรือ FCC ในการส่งดาวเทียม Starlink รุ่นใหม่จำนวน 15,000 ดวง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ความเคลื่อนไหวเหล่านี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการเข้าซื้อคลื่นความถี่จาก EchoStar มูลค่าเกือบ 20,000 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า SpaceX เอาจริงเอาจังกับการลงสนามแข่งขันกับยักษ์ใหญ่เดิมอย่าง AT&T, Verizon และ T-Mobile โดยตรง แม้ว่าในอดีตเส้นทางสายโทรคมนาคมจะเต็มไปด้วยหลุมพรางของความล้มเหลวและงบประมาณมหาศาลที่ใช้ในการลงทุนก็ตาม
"SpaceX ซื้อคลื่นความถี่ 800 Mhz เป็นเงิน 8,000 ล้านดอลลาร์ และพวกเขายังใช้เงินเกือบ 20,000 ล้านดอลลาร์ไปกับคลื่นความถี่ EchoStar แยกต่างหากอีกด้วย"
วอลเตอร์ พีซิก
วอลเตอร์ พีซิก ได้อธิบายในรายการว่า ในตอนแรกบริษัทดาวเทียมทั่วไปไม่ได้มีความจำเป็นต้องซื้อหรือถือครองคลื่นความถี่ราคาแพงเช่นนี้ แต่เมื่อธุรกิจของ Starlink เติบโตขึ้นและมองเห็นโอกาสทองในตลาดโทรคมนาคม พวกเขาจึงตัดสินใจเริ่มต้นซื้อคลื่นความถี่จาก EchoStar และเมื่อกระแสตอบรับจากนักลงทุนออกมาในเชิงบวกอย่างมาก พวกเขาก็ตัดสินใจกลับไปซื้อเพิ่มอีกครั้ง เนื่องจากตลาดบริการมือถือในสหรัฐฯ มีมูลค่ากิจการสูงถึงระดับล้านล้านดอลลาร์ และ SpaceX เองก็มีเป้าหมายระดับโลกเช่นกัน
การที่ SpaceX ตัดสินใจกระโจนเข้าสู่ตลาดโทรคมนาคมภาคพื้นดินถือเป็นเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานด้านมือถือมีต้นทุนการดำเนินงานสูงและมีความซับซ้อนอย่างมาก การใช้ประโยชน์จากเครือข่ายดาวเทียมวงโคจรต่ำร่วมกับคลื่นความถี่ภาคพื้นดินอาจช่วยให้พวกเขาสามารถทะลวงข้อจำกัดเรื่องพื้นที่อับสัญญาณได้ แต่ความท้าทายที่แท้จริงคือการแข่งขันด้านราคาและการให้บริการที่มีเสถียรภาพเทียบเท่ากับผู้ให้บริการรายเดิมที่มีฐานลูกค้าอยู่แล้วนับร้อยล้านราย
ที่มา: The Verge
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น