GovWare 2026: คุยกับ CEO Richard Ireland ถึงความท้าทาย AI
สรุปบทสัมภาษณ์ Richard Ireland ซีอีโอ GovWare 2026 ในสิงคโปร์ ชี้หลักการความไว้ใจยังสำคัญ พร้อมคำถามสำคัญ 3 ข้อที่โรงพยาบาลไทยต้องเตรียมรับมือ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Richard Ireland ซีอีโอ GovWare ชี้หลักการความไว้ใจและความรับผิดชอบต้องคงเดิม
- งาน GovWare 2026 เสนอหัวข้อกว่า 500 หัวข้อ โดยเน้น AI ในระดับองค์กรจริงไม่มุ่งทดลอง
- Agentic AI ขยับความเร็วในการตัดสินใจ ทำให้คนต้องเปลี่ยนมาวางกลยุทธ์เชิงป้องกันล่วงหน้า
- โรงพยาบาลไทยต้องตั้งคำถาม 3 ข้อเกี่ยวกับบริการที่หยุดไม่ได้และผู้รับผิดชอบเมื่อระบบล่ม
Techsauce ได้มีโอกาสพูดคุยกับ Richard Ireland ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GovWare ระหว่างงาน GovWare 2026 ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้สัปดาห์ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์สิงคโปร์ หรือ Singapore International Cyber Week (SICW) 2026 โดยการพูดคุยครอบคลุมตั้งแต่เทรนด์บนเวที การตัดสินใจในยุค Agentic AI ไปจนถึงความท้าทายของโรงพยาบาลไทย
Richard ยอมรับว่าธีมงานปีนี้สร้างความตึงเครียดระຫວ่างความเร็วของ AI ที่เข้ามาเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจกับหลักการดั้งเดิม โดยเขาย้ำว่าแม้ความเร็วจะเปลี่ยนไป แต่หลักการสำคัญ เช่น ความไว้ใจ (Trust) ความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ (Accountability) และขอบเขตการทำงานอัตโนมัติ (Autonomy) ยังคงต้องยึดถือเช่นเดิม
"หลายคนในวันนี้มองตรงกันว่า เราไม่ควรลดทอนหลักการลง เพียงเพราะ AI เกิดขึ้นด้วยความเร็วมหาศาล"
Richard Ireland
ในด้านการนำเสนอผลงาน ปีนี้มีข้อเสนอหัวข้อส่งเข้ามาเกือบ 500 หัวข้อ โดยกว่า 100 หัวข้อพูดถึง AI แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือไม่มีการพูดถึงโครงการนำร่อง (Pilot) หรือ Sandbox อีกต่อไปแล้ว ทุกคนพูดถึงการใช้งานจริงในระดับองค์กรและการป้องกันในสเกลใหญ่
การที่อุตสาหกรรมไซเบอร์ซีเคียวริตี้ก้าวข้ามผ่านระยะทดลอง (Sandbox) สู่การใช้งาน Agentic AI เต็มรูปแบบ สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรทั่วโลกกำลังเผชิญกับความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่รวดเร็วขึ้น การทำความเข้าใจขอบเขตการตัดสินใจของระบบอัตโนมัติจึงไม่ใช่แค่เรื่องของฝ่ายไอทีอีกต่อไป แต่เป็นวาระเร่งด่วนระดับคณะกรรมการบริหารที่ต้องกำหนดนโยบายความรับผิดชอบให้ชัดเจนก่อนเกิดเหตุวิกฤต

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ GovWare ยังให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ (Critical Information Infrastructure หรือ CII) ทั้งภาคการเงินและสาธารณสุข เนื่องจากผลกระทบเมื่อระบบหยุดชะงักนั้นรุนแรงมาก เช่น หากระบบเวชระเบียนโรงพยาบาลถูกโจมตี แพทย์จะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลผู้ป่วยเพื่อตัดสินใจรักษาได้ทันที
สำหรับประเทศไทย Richard แนะนำให้โรงพยาบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเริ่มต้นพิจารณาจากคำถามสำคัญ 3 ข้อ ได้แก่ บริการใดบ้างที่หยุดไม่ได้ ต้องพึ่งพาใครหรือระบบใดบ้าง และใครคือผู้ตัดสินใจเมื่อระบบเกิดขัดข้อง เพื่อเตรียมรับมือกับภัยคุกคามในอนาคต
ที่มา: Techsauce
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น