ข้ามไปเนื้อหาหลัก

เจาะลึก องุ่นเขียว vs องุ่นแดง ประโยชน์ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี

เปรียบเทียบคุณประโยชน์โภชนาการระหว่างองุ่นเขียวและองุ่นแดง เผยจุดเด่นของสารต้านอนุมูลอิสระแต่ละชนิดเพื่อการเลือกรับประทานที่เหมาะสม

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
31 Jul 2026ที่มา: Thairath Lifestyle2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 01 Aug 2026
แชร์
เจาะลึก องุ่นเขียว vs องุ่นแดง ประโยชน์ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • องุ่นทั้งสองสีให้พลังงานและสารอาหารพื้นฐานใกล้เคียงกันในปริมาณ 1 ถ้วย
  • องุ่นแดงเด่นเรื่องแอนโทไซยานินและเรสเวอราทรอลช่วยบำรุงหัวใจ
  • องุ่นเขียวอุดมด้วยฟลาโวนอยด์และวิตามินซีสูงช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน
  • ควรล้างทำความสะอาดให้ถูกวิธีก่อนกินทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย

การเลือกซื้อผลไม้ในตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ต หลายคนมักลังเลระหว่างองุ่นเขียวและองุ่นแดงว่าแบบไหนจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่ากัน แท้จริงแล้วผลไม้ทั้งสองชนิดนี้มีพื้นฐานทางโภชนาการที่ใกล้เคียงกันมาก โดยในปริมาณ 1 ถ้วย หรือประมาณ 150 กรัม จะให้พลังงานราว 104 กิโลแคลอรี มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักถึง 80 เปอร์เซ็นต์ และอุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินเค รวมถึงแร่ธาตุอย่างโพแทสเซียม ซึ่งล้วนมีความสำคัญต่อการรักษาสมดุลของร่างกายและระบบความดันโลหิต

150ก.ปริมาณต่อ 1 ถ้วย
104กิโลแคลอรีพลังงานที่ได้รับ
80%ปริมาณน้ำเป็นส่วนประกอบ

จุดเด่นที่ทำให้องุ่นแดงแตกต่างอย่างชัดเจนคือเรื่องของสี ซึ่งมาจากสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มที่เรียกว่าแอนโทไซยานิน และที่บริเวณเปลือกขององุ่นแดงยังอุดมไปด้วยสารเรสเวอราทรอล ซึ่งมีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ระบุว่าอาจมีส่วนช่วยบำรุงระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงมีส่วนช่วยลดการอักเสบในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

close up fresh red and green grapes

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

สารเรสเวอราทรอล (Resveratrol) และแอนโทไซยานิน (Anthocyanins) ถือเป็นกลุ่มสารพฤกษเคมี (Phytochemicals) ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในวงการโภชนาการสมัยใหม่ เนื่องจากมีบทบาทสำคัญในการต้านอนุมูลอิสระระดับเซลล์ ซึ่งนอกจากพบในองุ่นแดงแล้ว ยังพบได้ในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่และไวน์แดงอีกด้วย การทำความเข้าใจสารเหล่านี้ช่วยให้เราเลือกบริโภคอาหารตามเป้าหมายสุขภาพเฉพาะด้านได้ดียิ่งขึ้น

แม้จะไม่มีสารให้สีอย่างแอนโทไซยานิน แต่องุ่นเขียวก็ไม่ใช่ผลไม้ที่ด้อยคุณค่าแต่อย่างใด องุ่นเขียวอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มฟลาโวนอยด์และมีวิตามินซีสูง ซึ่งมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย บำรุงผิวพรรณให้ดูสดใส พร้อมทั้งให้ความสดชื่นและดับกระหายได้เป็นอย่างดีในระหว่างวัน

หากเปรียบเทียบในมุมของสารต้านอนุมูลอิสระ องุ่นแดงจะมีปริมาณที่โดดเด่นกว่าเล็กน้อยเนื่องจากมีสารแอนโทไซยานินและเรสเวอราทรอล ซึ่งมีส่วนช่วยดูแลสุขภาพหัวใจและชะลอวัย อย่างไรก็ตาม องุ่นเขียวก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการวิตามินซีและความสดชื่น ดังนั้น การเลือกรับประทานจึงขึ้นอยู่กับความชื่นชอบในรสชาติ หรือทางที่ดีที่สุดคือการรับประทานสลับกันเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่หลากหลายและสมดุล สิ่งสำคัญที่สุดคือควรล้างทำความสะอาดให้ถูกวิธีก่อนรับประทานทุกครั้ง เพื่อลดสารตกค้างและรับประโยชน์จากผลไม้ได้อย่างเต็มที่

ที่มา: Thairath Lifestyle

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้