Rivian ก้าวสู่ผู้ให้บริการเทคโนโลยี หลังจับมือ VW และ Uber
อาร์เจ สการิงเกอร์ ซีอีโอ Rivian เผยวิสัยทัศน์ขยายธุรกิจสู่การพัฒนารถแท็กซี่ไร้คนขับ ชิป AI และซอฟต์แวร์ พร้อมตั้งเป้าเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีเต็มตัว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- อาร์เจ สการิงเกอร์ ซีอีโอ Rivian มุ่งพาบริษัทก้าวข้ามจากการเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสู่การเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยี
- Rivian พัฒนาโมเดล AI ของตนเอง ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ และชิป 5 นาโนเมตร ร่วมกับ Arm และ TSMC
- บริษัทร่วมทุนมูลค่า 5.8 พันล้านดอลลาร์กับ VW Group และแผนร่วมมือกับ Uber ผลักดันธุรกิจโรโบแท็กซี่
ในงานสัมภาษณ์พิเศษเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2026 เคียร์สตัน โคโรเซก ผู้สื่อข่าวจาก TechCrunch ได้พูดคุยกับ อาร์เจ สการิงเกอร์ ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Rivian ถึงทิศทางอนาคตของบริษัท โดยชี้ให้เห็นว่าตลอดปีที่ผ่านมา Rivian ได้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าไม่ได้ต้องการเป็นเพียงผู้ผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) เท่านั้น แต่ยังคงรักษาพันธกิจหลักไว้อย่างเหนียวแน่น
ปัจจุบัน Rivian มีความบูรณาการในตัวเองสูงมากเมื่อเทียบกับเมื่อสองปีก่อน บริษัทได้พัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับระบบผู้ช่วยภายในรถยนต์ รวมถึงสร้างระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติแบบครบวงจรสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลและโรโบแท็กซี่ในอนาคต ผ่านความร่วมมือกับ Uber นอกจากนี้ยังพัฒนาชิปเซ็ตขนาด 5 นาโนเมตร ร่วมกับ Arm และ TSMC ควบคู่ไปกับกิจการร่วมค้าด้านเทคโนโลยีมูลค่า 5.8 พันล้านดอลลาร์กับ VW Group ที่เน้นด้านสถาปัตยกรรมไฟฟ้าและซอฟต์แวร์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
วิสัยทัศน์ของสการิงเกอร์ยังขยายไปสู่อุตสาหกรรมอื่น โดยเขาได้ก่อตั้งโปรแกรมพัฒนาไมโครโมบิลิตี้ที่แยกตัวออกมาเป็นสตาร์ทอัพชื่อ Also รวมถึงก่อตั้งบริษัทหุ่นยนต์อุตสาหกรรม Mind Robotics ซึ่ง Rivian ถือหุ้นอยู่ 31% และเตรียมเป็นลูกค้าในอนาคต พร้อมกันนี้ยังได้ดึงตัว ดัก เฟียลดานอดีตผู้บริหารจาก Ford, Apple และ Tesla มาดำรงตำแหน่งประธานบริษัท Mind Robotics อีกด้วย
สการิงเกอร์ยังเผยถึงแผนการขยายกิจการร่วมค้ากับ VW ให้ครอบคลุมเรื่อง AI และระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ รวมถึงการเตรียมอนุญาตให้แบรนด์อื่น ๆ สามารถนำเทคโนโลยีของ Rivian ไปใช้งานได้ ทำให้ทิศทางในช่วงปลายทศวรรษนี้ Rivian น่าจะถูกมองว่าเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีมากกว่าแค่ค่ายรถยนต์บรรทุกและเอสยูวีไฟฟ้า
การปรับตัวของ Rivian สะท้อนให้เห็นภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่ที่ค่ายรถยนต์ไม่สามารถพึ่งพารายได้จากการขายฮาร์ดแวร์เพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป การหันมาพัฒนาซอฟต์แวร์ ชิป และระบบ AI เอง รวมถึงการเปิดโมเดลธุรกิจแบบ Licensing ให้แบรนด์อื่นใช้งาน ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างรายได้ประจำ (Recurring Revenue) และช่วยลดต้นทุนการวิจัยพัฒนาในระยะยาวท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดรถยนต์ไร้คนขับ
ในข่าวความเคลื่อนไหวอื่น ๆ ของวงการเทคโนโลยีการขนส่งยังมีรายงานว่า Bedrock Robotics สตาร์ทอัพพัฒนาระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติสำหรับรถก่อสร้างกำลังระดมทุน 600 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Volvo ได้ยกระดับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติด้วยการขยายความร่วมมือกับ Nvidia เพื่อให้บริการขับขี่แบบไม่ต้องใช้มือจับพวงมาลัยบนทางหลวงและถนนทั่วไป นอกจากนี้ ทาง Waymo ยังได้รับอนุมัติให้ขยายบริการไปยังเมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดา และเปิดให้บริการโรโบแท็กซี่แบบไม่ต้องรอคิวในซานอันโตนิโอ ซานดิเอโก และแทมปาแล้ว
ที่มา: TechCrunch
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น