ข้ามไปเนื้อหาหลัก

TechCrunch Mobility: NHTSA เสนอไฟสีฟ้าอมเขียวบอกสถานะรถไร้คนขับ

สหรัฐฯ เตรียมผลักดันกฎหมายกำหนดให้รถยนต์ไร้คนขับแสดงไฟสีฟ้าอมเขียวเมื่อทำงานอัตโนมัติเต็มรูปแบบ พร้อมอัปเดตความเคลื่อนไหววงการยานยนต์อัตโนมัติและสตาร์ตอัพ

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
26 Oct 2026ที่มา: TechCrunch3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
TechCrunch Mobility: NHTSA เสนอไฟสีฟ้าอมเขียวบอกสถานะรถไร้คนขับ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • NHTSA เสนอให้รถไร้คนขับใช้ไฟสีฟ้าอมเขียวเพื่อแสดงสถานะอัตโนมัติ
  • GM เตรียมใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์และ AI ใหม่ใน Cadillac Escalade IQ ปี 2028
  • Rivian เข้าซื้อกิจการ Third Dimension สตาร์ตอัพ AI ด้านการสร้างโลกเสมือน 3 มิติ
  • inDrive ร่วมมือกับ Pony.ai และ Nvidia เตรียมทดสอบแท็กซี่ไร้คนขับในคาซัคสถานปี 2027

หน่วยงานกำกับดูแลด้านความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ NHTSA กำลังเผชิญกับโจทย์สำคัญในการกำกับดูแลยานยนต์ไร้คนขับ โดยล่าสุดได้เสนอข้อกำหนดด้านแสงไฟใหม่ เพื่อเป็นสัญญาณบ่งบอกให้สาธารณชนรับทราบอย่างชัดเจนเมื่อรถยนต์กำลังทำงานในโหมดขับเคลื่อนอัตโนมัติ โดยไม่มีมนุษย์นั่งควบคุมคอยสังเกตการณ์ถนน

ข้อเสนอดังกล่าวแนะนำให้ใช้ไฟสีฟ้าอมเขียว (Cyan) ติดตั้งให้สามารถมองเห็นได้จากด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้างทั้งสองด้าน โดยต้องส่องสว่างค้างไว้ตลอดเวลาไม่มีการกะพริบ เพื่อให้ผู้ใช้ถนนรายอื่นสังเกตเห็นได้ง่าย อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้ยังเป็นเพียงข้อเสนอแนะที่ยังไม่ได้บังคับใช้เป็นกฎหมายเด็ดขาดในขณะนี้ แต่สะท้อนให้เห็นความพยายามของภาครัฐในการหาแนวทางที่เป็นมาตรฐานสากลสำหรับระบุตัวตนของยานยนต์ไร้คนขับ

autonomous vehicle futuristic concept car exterior

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ในส่วนของข้อกำหนดทางเทคนิค NHTSA ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งการติดตั้ง สีของแสง และวิธีการเปิดใช้งาน พร้อมทั้งเสนอให้ยกเลิกข้อกำหนดเดิมที่บังคับให้ต้องมีอุปกรณ์ควบคุมแบบใช้มือโยกสำหรับไฟเลี้ยว ไฟสูง และไฟฉุกเฉิน ซึ่งกฎระเบียบเดิมเหล่านี้ไม่สอดคล้องกับรถยนต์แห่งอนาคต เช่น Tesla Cybercab และ Zoox robotaxi ที่ไม่มีแป้นเหยียบ พวงมาลัย หรือกระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

การขยับตัวของหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง NHTSA ในครั้งนี้สะท้อนถึงช่องว่างทางกฎหมายที่เกิดขึ้นเมื่อเทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับพัฒนาไปไวกว่ากรอบข้อบังคับที่มีอายุนานหลายทศวรรษ การกำหนดสัญลักษณ์ภายนอกเช่นไฟสีฟ้าอมเขียวไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน แต่ยังเป็นการสร้างความไว้วางใจให้กับผู้ใช้ถนนคนอื่นๆ ในการเผชิญหน้ากับรถไร้คนขับบนเส้นทางจริง

ขณะที่ภาครัฐกำลังปรับตัว ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ General Motors หรือ GM ได้ประกาศแผนงานประจำปี GM Forward โดยเตรียมยกเครื่องระบบไฟฟ้าและหน่วยประมวลผลในรถยนต์รุ่นใหม่ เพื่อรองรับซอฟต์แวร์ที่รวดเร็วขึ้นและระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ AI ส่วนบุคคล โดยเทคโนโลยีดังกล่าวจะประเดิมใช้งานจริงในปี 2028 กับรถยนต์รุ่น Cadillac Escalade IQ พร้อมฟีเจอร์ขับขี่อัตโนมัติบน

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

ทางหลวงที่ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาหรือเตรียมพร้อมเข้าควบคุมรถ

ไม่เพียงแต่ค่ายรถยักษ์ใหญ่เท่านั้น ฝั่งสตาร์ตอัพด้านยานยนต์ไฟฟ้าอย่าง Rivian ก็มีความเคลื่อนไหวสำคัญด้วยการเข้าซื้อกิจการ Third Dimension สตาร์ตอัพสัญชาติอังกฤษที่เชี่ยวชาญด้านการใช้ AI แปลงภาพและวิดีโอให้กลายเป็นโลกเสมือนจริง 3 มิติ เพื่อช่วยลดช่องว่างระหว่างข้อมูลการขับขี่ในโลกจริงและสภาพแวดล้อมจำลอง (sim-to-real gap) โดยข้อตกลงนี้ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขมูลค่าอย่างเป็นทางการ

นอกจากนี้ บริการเรียกรถอย่าง inDrive ได้ร่วมมือกับ Pony.ai และ Nvidia เพื่อเตรียมทดลองให้บริการแท็กซี่ไร้คนขับในประเทศคาซัคสถานภายในปี 2027 ขณะที่บริษัทสตาร์ตอัพด้านการบินอย่าง Reliable Robotics สามารถระดมทุนในรอบ Series D เพิ่มเติมจนทำให้มูลค่าบริษัททะลุหลัก 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไปเป็นที่เรียบร้อย

ที่มา: TechCrunch

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้