เวส สตรีทติ้ง ปัดข้อกล่าวหาลดงบกลาโหมอังกฤษ
เวส สตรีทติ้ง รมว.กลาโหมอังกฤษ ปฏิเสธเสียงวิจารณ์กรณีงบประมาณปี 2030 พร้อมออกกฎบังคับบริษัทต่างชาติลงทุนกลับเข้าประเทศ 50 ล้านปอนด์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เวส สตรีทติ้ง ปัดข้อกล่าวหาประวิงเวลางบกลาโหม
- ออกกฎบีบต่างชาติลงทุนคืนสหราชอาณาจักร 50 ล้านปอนด์
- งบกลาโหมปีนี้อยู่ที่ประมาณ 2.6% ของ GDP
เวส สตรีทติ้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักร ออกมาปฏิเสธเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากสมาชิกรัฐสภา โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้กำลังประวิงเวลาหรือเลี่ยงปัญหาเรื่องการจัดสรรงบประมาณด้านการป้องกันประเทศ หลังงบประมาณประจำวันพุธที่ผ่านมาไม่ได้ระบุแผนงานที่ชัดเจนในการผลักดันยอดใช้จ่ายด้านกลาโหมให้ถึงเป้าหมาย 3% ของ GDP ภายในปี 2030 ตามที่เคยตั้งเป้าไว้
ประเด็นดังกล่าวทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างสตรีทติ้งและคณะกรรมาธิการการกลาโหมแห่งสภาสามัญ โดยมี สส.แรงงานอย่าง แทน ธีสี เป็นแกนนำในการออกโรงวิพากษ์วิจารณ์แผนงบประมาณชุดนี้ แม้ว่าทางคณะกรรมาธิการจะชื่นชมรัฐบาลที่สามารถอุดรอยรั่ววงเงิน 4,700 ล้านปอนด์ในแผนการลงทุนด้านกลาโหมได้ ด้วยการให้หน่วยงานรัฐอื่นๆ ตัดลดงบประมาณรายจ่ายฝ่ายทุนลง 1% ก็ตาม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในขณะเดียวกัน ทางรัฐบาลภายใต้ความร่วมมือระหว่าง จอห์น ฮีลีย์ และสตรีทติ้ง ได้ประกาศมาตรการใหม่หรือที่เรียกว่ายุทธศาสตร์ชดเชย โดยกำหนดให้บริษัทต่างชาติที่คว้าสัญญาด้านกลาโหมมูลค่าเกิน 50 ล้านปอนด์ จำเป็นต้องนำเงินมูลค่าเท่ากันกลับมาลงทุนหมุนเวียนในสหราชอาณาจักร ซึ่งมาตรการลักษณะนี้มีประเทศในยุโรปอย่างโปแลนด์ นอร์เวย์ และเนเธอร์แลนด์ นำไปใช้บังคับเช่นเดียวกันเพื่อกระตุ้นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการจัดซื้อจัดจ้างทางทหาร
ด้านบรรดานักวิเคราะห์ด้านการป้องกันประเทศต่างแสดงความกังวลและตั้งคำถามถึงความสามารถของรัฐบาล ในการบรรลุเป้าหมายการใช้จ่าย 3% ภายในปี 2030 รวมถึงเป้าหมายของนาโตที่ระดับ 3.5% ภายในปี 2035 เนื่องจากตัวเลขงบประมาณด้านกลาโหมของสหราชอาณาจักรในปีปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2.6% ของ GDP เท่านั้น และมีการประเมินว่ารัฐบาลอาจต้องเพิ่มงบประมาณสูงถึง 10,000 ล้านปอนด์ต่อปีจึงจะทำตามเป้าสำเร็จ
"I like Tan very much, he's a friend and I respect him, but I strongly disagree with him."
Wes Streeting
มาตรการชดเชยการลงทุนหรือ Offset Strategy ที่รัฐบาลอังกฤษนำมาใช้นี้สะท้อนถึงความพยายามในการพยุงอุตสาหกรรมป้องกันประเทศภายในประเทศ ท่ามกลางข้อจำกัดทางการคลังที่ไม่สามารถตัดลดงบประมาณจากส่วนอื่นหรือขึ้นภาษีได้อย่างง่ายดาย การบีบให้บริษัทต่างชาติที่มารับงานจัดซื้อยุทโธปกรณ์ต้องนำเงินมาลงทุนในโรงงาน แรงงาน และการฝึกอบรมของอังกฤษ ช่วยลดแรงกดดันทางการเมืองและสร้างงานในประเทศทางอ้อม แม้จะยังไม่สามารถตอบโจทย์ตัวเลขเป้าหมายระยะยาวของนาโตได้อย่างเต็มที่ก็ตาม
ที่มา: BBC Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น