ธนาคารกลางอังกฤษจ่อขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี
คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษเตรียมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจาก 3.75% สู่ระดับ 4% ในวันพฤหัสบดีนี้ ท่ามกลางเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ธนาคารกลางอังกฤษเตรียมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 3.75% เป็น 4% ในวันพฤหัสบดีนี้
- เงินเฟ้อเดือนกันยายน 2026 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3.5% สูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางที่ 2%
- ผู้ถือสินเชื่อบ้านแบบลอยตัว 510,000 รายอาจต้องจ่ายค่างวดเพิ่มขึ้น 31 ปอนด์ต่อเดือน
- ผู้ที่ต้องต่อสัญญาเงินกู้บ้านระยะยาวเผชิญภาระดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอย่างมากเทียบกับปี 2021
คณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) ของธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) มีกำหนดประกาศผลการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยในวันพฤหัสบดีนี้ เวลา 12:00 น. ตามเวลา GMT โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ตรงกันว่าธนาคารจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25 เปอร์เซ็นต์ จากระดับ 3.75% สู่ระดับ 4% ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะถือเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบกว่าสามปี หลังจากที่อัตราดอกเบี้ยเคยพุ่งสูงถึง 5.25% ในช่วงปี 2023-2024 และถูกคงไว้ในการประชุม 6 ครั้งหลังสุด
แรงกดดันหลักเบื้องหลังการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้มาจากอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนกันยายน 2026 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3.5% เพิ่มขึ้นจาก 3.1% ในเดือนก่อนหน้า และสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางอย่างชัดเจน ปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่งมาจากผลกระทบของสงครามอิหร่านที่ส่งผลต่อราคาพลังงานและน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วโลก รวมถึงราคาพลังงานในประเทศที่กำลังจะปรับตัวสูงขึ้นในเดือนมกราคมนี้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
คริส เชฟเวรัลล์ หัวหน้าฝ่ายสหราชอาณาจักรของแพลตฟอร์มการซื้อขาย CMC Markets กล่าวถึงสถานการณ์ดังกล่าวว่า การตัดสินใจในรอบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการไปให้ถึงเป้าหมายดอกเบี้ย 4% แต่เป็นเรื่องของทิศทางหลังจากนั้นมากกว่า เนื่องจากธนาคารต้องชั่งน้ำหนักระหว่างอัตราเงินเฟ้อที่ยังสูงเกินไปกับเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว
"การตัดสินใจในครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการไปให้ถึงเป้าหมาย 4% แต่เป็นเรื่องของทิศทางหลังจากนั้นมากกว่า"
คริส เชฟเวรัลล์ หัวหน้าฝ่ายสหราชอาณาจักร CMC Markets
การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อผู้บริโภคและภาคธุรกิจ โดยผู้ถือสินเชื่อบ้านแบบอัตราดอกเบี้ยลอยตัว (tracker mortgage) จำนวน 510,000 ราย จะเผชิญกับค่างวดรายเดือนที่เพิ่มขึ้นราว 31 ปอนด์สำหรับการปรับขึ้น 0.25 เปอร์เซ็นต์ ตามการคำนวณขององค์กรการเงิน UK Finance ขณะที่ผู้กู้แบบปรับเปลี่ยนได้ (variable rate) อีก 470,000 ราย จะต้องรอการตัดสินใจของสถาบันการเงินแต่ละแห่ง ซึ่งคาดว่าจะทำให้ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นราว 14 ปอนด์ต่อเดือน
การตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษสะท้อนถึงความท้าทายเชิงนโยบายที่ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังเผชิญ คือการต้องสร้างความสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อที่ได้รับแรงกระแทกจากวิกฤตพลังงานโลก กับการประคับประคองเศรษฐกิจในประเทศที่ไม่ให้ชะลอตัวรุนแรงเกินไป การที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานย่อมส่งผลโดยตรงต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์และภาระหนี้ครัวเรือน
สำหรับผู้ที่ถือสินเชื่อบ้านแบบอัตราดอกเบี้ยคงที่ แม้จะไม่ได้รับผลกระทบในทันที แต่ตลาดได้ตอบรับความคาดหวังนี้ไปล่วงหน้าแล้ว โดยข้อมูลจากบริการข้อมูลทางการเงิน Moneyfacts ระบุว่า ณ วันที่ 4 พฤศจิกายน อัตราดอกเบี้ยบ้านคงที่แบบ 2 ปี เฉลี่ยอยู่ที่ 5.96% และแบบ 5 ปี อยู่ที่ 5.99% ทำให้ผู้ที่กำลังจะหมดอายุสัญญาเงินกู้ระยะยาวต้องเผชิญกับภาระหนี้ที่สูงขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงที่เคยทำสัญญาไว้ในอปี 2021 ซึ่งอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยอยู่เพียง 1.30% เท่านั้น
ในทางกลับกัน การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนี้จะส่งผลดีต่อกลุ่มผู้ฝากเงิน ที่จะได้รับผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่สูงขึ้นตามไปด้วย ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่ยังต้องจับตาดูทิศทางอย่างใกล้ชิดต่อไป
ที่มา: BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น