LinkedIn ปล่อยปุ่มรีพอร์ต AI Slop แก้ปัญหาโพสต์ขยะจากเอไอเกลื่อนฟีด
LinkedIn เดินหน้าแก้ปัญหาคอนเทนต์คุณภาพต่ำที่สร้างจากปัญญาประดิษฐ์ ด้วยฟีเจอร์รายงานโพสต์และปรับอัลกอริทึมลดการมองเห็น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- LinkedIn เพิ่มปุ่ม Seems like AI slop ให้ผู้ใช้รายงานโพสต์ไร้คุณภาพที่สร้างจาก AI
- โพสต์ที่ถูกรายงานจะถูกนำไปสอนอัลกอริทึมเพื่อลดการมองเห็นในอนาคต
- ยกเลิกฟีเจอร์ Enhance your post ที่ให้ AI เขียนโพสต์แทน และเปลี่ยนเป็นเครื่องมือตรวจคำผิดแทน
- บล็อกคอมเมนต์จากบอทได้หลายแสนครั้งต่อวันพร้อมระบบสแกนหา AI Slop อัตโนมัติ
การเติบโตอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ทำให้คอนเทนต์ที่สร้างจากเทคโนโลยีนี้กลายเป็นเรื่องปกติในโลกออนไลน์ แต่เมื่อทุกคนหันมาใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ปัญหาเรื่องปริมาณที่มาพร้อมกับคุณภาพที่ลดลงก็เริ่มปรากฏชัดเจนขึ้น โพสต์ที่ถูกเร่งผลิตออกมาจำนวนมากโดยปราศจากมุมมองหรือประสบการณ์จริงของผู้เขียน มักถูกเรียกว่า AI Slop ซึ่งกำลังสร้างความรำคาญใจให้กับผู้ใช้งานแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหลายแห่งในปัจจุบัน
เพื่อรับมือกับปัญหานี้ ทาง LinkedIn จึงได้ตัดสินใจเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถกดแจ้งเตือนเมื่อพบเจอคอนเทนต์ที่เข้าข่ายดังกล่าว โดยใช้ชื่อปุ่มว่า Seems like AI slop เมื่อมีผู้กดใช้งาน ปุ่มนี้จะไม่ทำให้โพสต์นั้นถูกลบออกทันที แต่ข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งตรงเข้าสู่ระบบเพื่อฝึกฝนอัลกอริทึมของ LinkedIn ให้เรียนรู้ว่าคอนเทนต์รูปแบบใดที่ผู้อ่านมองว่าไร้คุณภาพ หากระบบตรวจสอบพบและยืนยันว่าโพสต์นั้นเข้าข่าย AI Slop จริง โพสต์ดังกล่าวจะถูกลดการมองเห็นลงทันที
การที่แพลตฟอร์มมืออาชีพอย่าง LinkedIn ต้องลงมาจัดการปัญหานี้ด้วยตัวเอง สะท้อนให้เห็นว่าปริมาณคอนเทนต์ที่ล้นทะลักจาก generative AI เริ่มส่งผลกระทบต่อคุณค่าหลักของแพลตฟอร์ม ซึ่งผู้ใช้คาดหวังว่าจะได้แลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์การทำงานจริงจากมนุษย์ การลดการมองเห็นแทนที่จะแบนทิ้งทันที ถือเป็นการสร้างสมดุลระหว่างการให้โอกาสผู้ใช้ปรับตัวกับการรักษามาตรฐานคุณภาพของชุมชนออนไลน์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ด้าน Hari Srinivasan ซึ่งดำรงตำแหน่ง Chief Product Officer ของ LinkedIn ได้ออกมายอมรับว่าปัญหาคอนเทนต์ AI Slop นี้ถือเป็นหนึ่งในโจทย์ใหญ่ของแพลตฟอร์มในเวลานี้ โดยเขาเน้นย้ำถึงจุดยืนของผู้ใช้งานว่าคนส่วนใหญ่เข้ามาใช้งาน LinkedIn เพื่อสร้างเครือข่ายและเรียนรู้ประสบการณ์จากคนจริงๆ ไม่ใช่เพื่อเสพข้อมูลที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นโดยระบบอัตโนมัติ
นอกเหนือจากการเปิดให้ผู้ใช้ช่วยกันรายงานแล้ว ทางบริษัทยังได้ยกระดับมาตรการป้องกันเชิงรุกในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นระบบป้องกันบอทที่สามารถบล็อกคอมเมนต์ขยะได้มากถึงหลายแสนครั้งต่อวัน รวมถึงการพัฒนาฟิลเตอร์คัดกรองใหม่ที่สามารถสแกนหา AI Slop ได้โดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องรอให้มีผู้กดแจ้งเตือนเข้ามา
ในกรณีที่ระบบตรวจพบว่าโพสต์ใดมีความเป็นธรรมชาติลดลงหรือพึ่งพาปัญญาประดิษฐ์มากเกินไป ระบบจะทำการส่งข้อความแจ้งเตือนส่วนตัวไปยังเจ้าของบัญชีนั้นๆ โดยมาตรการนี้ไม่ใช่การลงโทษ แต่เป็นการส่งสัญญาณเตือนให้ผู้เขียนหันมาปรับสไตล์การทำงาน พร้อมทั้งจำกัดการใช้ AI ให้เหมาะสมและคงความเป็นธรรมชาติเอาไว้ นอกจากนี้ ทางบริษัทยังได้ตัดสินใจถอดฟีเจอร์ Enhance your post ที่เคยเปิดให้ระบบ AI ช่วยเรียบเรียงเนื้อหาออกไป โดยเปลี่ยนมาเป็นเครื่องมือช่วยเหลือด้านการตรวจทานคำผิดและไวยากรณ์ เพื่อรักษาเอกลักษณ์ สำนวน และน้ำเสียงเฉพาะตัวของผู้เขียนแต่ละคนเอาไว้ให้อย่างครบถ้วน
ที่มา: Techsauce
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น