อังกฤษยันไม่หวั่นอาร์เจนตินาฮุบฟอล์กแลนด์ หลังประธานาธิบดี
รัฐบาลอังกฤษยืนยันจุดยืนมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลงหลังผู้นำอาร์เจนตินากร้าวขู่คว่ำบาตรบริษัทน้ำมันและทวงคืนหมู่เกาะฟอล์กแลนด์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- รัฐบาลอังกฤษยืนยันความตั้งใจปกป้องอธิปไตยหมู่เกาะฟอล์กแลนด์อย่างเต็มที่
- ประธานาธิบดีอาร์เจนตินาประกาศเตรียมคว่ำบาตรบริษัทน้ำมันที่ขุดเจาะนอกชายฝั่ง
- บริษัทพลังงานยันโครงการขุดเจาะน้ำมัน Sea Lion ยังเดินหน้าตามกำหนดเดิมในปี 2028
ความตึงเครียดรอบใหม่ระหว่างสหราชอาณาจักรและอาร์เจนตินากลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังจากผู้นำอาร์เจนตินาออกมาประกาศกร้าวผ่านการแถลงการณ์ระดับชาติเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าหมู่เกาะฟอล์กแลนด์เป็นดินแดนของอาร์เจนตินาทั้งในแง่ประวัติศาสตร์และกฎหมาย พร้อมทั้งขู่จะใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อบริษัทน้ำมันทั้งหมดที่เข้ามาดำเนินกิจการในพื้นที่ดังกล่าวอย่างไร้การอนุญาตจากรัฐบาลอาร์เจนตินา
ทางด้านโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรีอังกฤษ (Downing Street) ออกมาโต้แย้งทันควันโดยระบุว่า รัฐบาลสหราชอาณาจักรภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีและนักการเมืองฝ่ายค้านอย่าง เคมิ บาเดนอช (Kemi Badenoch) เห็นพ้องต้องกันว่าอังกฤษจะไม่ยอมจำนนต่อการคุกคาม และกองทัพอังกฤษมีความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ขณะที่อดีตรัฐมนตรีและนักการเมืองหลายรายต่างออกมาเน้นย้ำสิทธิในการกำหนดอนาคตตนเองของชาวเกาะ
วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่คารมทางการเมือง แต่ยังส่งผลกระทบต่อโครงการสำรวจพลังงานมูลค่ามหาศาลในมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ โดยบริษัท Rockhopper Exploration จากอังกฤษ และบริษัท Navitas Petroleum จากอิสราเอล ซึ่งร่วมมือกันพัฒนาแหล่งน้ำมันดิบ Sea Lion ที่อยู่ห่างจากหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ราว 130 ไมล์ ยืนยันว่าการขู่คว่ำบาตรของอาร์เจนตินาจะไม่ส่งผลกระทบต่อแผนการทำงานของพวกเขา โดยโครงการนี้มีกำหนดผลิตน้ำมันหยดแรกในปี 2028 และคาดว่าจะมีปริมาณน้ำมันสำรองมากถึง 1,700 ล้านบาร์เรล

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การพิพาทเรื่องหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ หรือที่อาร์เจนตินารู้จักกันในชื่อหมู่เกาะมาลวินัส (Las Malvinas) มีรากฐานทางประวัติศาสตร์ยาวนานและเคยบานปลายกลายเป็นสงครามความขัดแย้งระยะเวลา 74 วันในปี 1982 ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมกันหลายร้อยนาย แม้ว่าในเวลาต่อมาผลการลงประชามติอย่างเป็นทางการในปี 2013 ประชาชนบนเกาะกว่าเกือบทั้งหมดได้แสดงเจตจำนงชัดเจนว่าต้องการเป็นดินแดนโพ้นทะเลของอังกฤษต่อไป แต่ประเด็นนี้ก็ยังคงถูกหยิบยกขึ้นมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในอาร์เจนตินาอยู่เป็นระยะท่ามกลางความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์โลก
นอกจากมาตรการคว่ำบาตรด้านพลังงานแล้ว ผู้นำอาร์เจนตินายังได้เผยถึงแผนการสร้างฐานทัพเรือแห่งใหม่ในพื้นที่ติเอร์ราเดลฟวยโก (Tierra del Fuego) ทางตอนใต้สุดของประเทศ พร้อมทั้งอ้างว่าสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังประเมินท่าทีทางประวัติศาสตร์ใหม่ต่อข้อพิพาทนี้ หลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ เคยเปรยเป็นนัยว่าสหรัฐฯ อาจไม่ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลืองังกฤษในความขัดแย้งทางทหารครั้งใหม่เนื่องจากประเด็นความร่วมมือระหว่างประเทศในอดีต
อย่างไรก็ตาม ทางการสหราชอาณาจักรยังคงยึดมั่นในพันธะสัญญาและเจตนารมณ์ของประชาชนบนเกาะอย่างเหนียวแน่น โดยรัฐมนตรีต่างประเทศสหราชอาณาจักร เอ็ด มิลิแบนด์ (Ed Miliband) ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ยืนยันว่าหมู่เกาะฟอล์กแลนด์จะยังคงอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษต่อไปตามเสียงส่วนใหญ่ที่ท่วมท้นของชาวเกาะ ขณะที่สถานการณ์ความตึงเครียดในระดับนานาชาติยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการเมืองที่เพิ่มสูงขึ้น
ที่มา: BBC World
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น