ส.ว.สำรองยื่นศาลฎีกา จี้ล้มมติ กกต. ปมคดีฮั้วเลือก ส.ว.
กลุ่ม ส.ว.สำรองยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาขอให้เพิกถอนมติ กกต. กรณีไม่เอาผิดคดีฮั้วเลือก ส.ว. พร้อมจี้ให้ตรวจสอบและรื้อกระบวนการสรรหา ส.ว. 138 คนใหม่ทั้งหมด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ส.ว.สำรองยื่นศาลฎีกาโต้คำวินิจฉัย กกต. ปมฮั้วเลือก ส.ว.
- จี้เพิกถอนมติที่ไม่เอาผิดและขอให้รื้อกระบวนการสอบสวนใหม่
- ชี้ กกต. วินิจฉัยไม่รอบด้านและอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย
- กระทบเก้าอี้ ส.ว. 138 คนที่อาจต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบใหม่
ความเคลื่อนไหวทางการเมืองล่าสุด กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) สำรอง ได้ตัดสินใจเดินทางเข้ายื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อขอให้มีคำสั่งเพิกถอนมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีที่เสียงข้างมากมีมติไม่เอาผิดในคดีฮั้วเลือก ส.ว. ที่ผ่านมา โดยกลุ่มผู้ร้องระบุว่าการวินิจฉัยของ กกต. ในประเด็นดังกล่าวมีความบกพร่อง ไม่ครอบคลุมรอบด้าน และอาจขัดต่อข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ส.ว. ที่บริสุทธิ์และเที่ยงธรรม
การยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาในครั้งนี้ มุ่งเป้าไปที่การกดดันให้กระบวนการตรวจสอบการทุจริตและการฮั้วกันในกระบวนการได้มาซึ่ง ส.ว. กลับมามีความโปร่งใสอีกครั้ง เนื่องจากกลุ่ม ส.ว.สำรองมองว่าหลักฐานที่มีอยู่มีความหนาแน่นพอที่จะชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติในการลงคะแนนเลือกตั้งในระดับต่างๆ ที่ผ่านมา แต่กลับถูกปัดตกไปอย่างไม่สมเหตุสมผลโดยหน่วยงานผู้รับผิดชอบหลัก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากการขอให้ศาลสั่งล้มมติเดิมของ กกต. แล้ว คำร้องดังกล่าวยังได้เรียกร้องให้มีการรื้อคดีขึ้นมาสอบสวนใหม่ทั้งหมด รวมถึงการตรวจสอบสถานะของ ส.ว. จำนวน 138 คน ที่ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งท่ามกลางข้อครหาเรื่องการฮั้วคะแนน หากศาลฎีการับคำร้องและมีคำวินิจฉัยในทางที่เป็นคุณ อาจส่งผลสะเทือนอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างของวุฒิสภาชุดปัจจุบัน และอาจนำไปสู่การคัดเลือกหรือตรวจสอบ ส.ว. ทั้ง 138 คนใหม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ประเด็นคดีฮั้วเลือก ส.ว. ถือเป็นหนึ่งในปมร้อนทางการเมืองที่มีความซับซ้อนสูง เนื่องจากกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. มีกลไกการเลือกกันเองหลายระดับ ซึ่งเปิดช่องให้เกิดการจัดตั้งกลุ่มหรือการบล็อกโหวตได้ง่าย การที่กลุ่ม ส.ว.สำรองใช้ช่องทางทางกฎหมายยื่นศาลฎีกาโดยตรง จึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการดึงอำนาจตุลาการเข้ามาตรวจสอบฝ่ายบริหารและองค์กรอิสระ ซึ่งเคยเกิดขึ้นในหลายคดีสำคัญทางประวัติศาสตร์การเมืองไทย และอาจเป็นบรรทัดฐานใหม่ในการตรวจสอบความโปร่งใสขององค์กรอิสระในอนาคต
ทั้งนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังคงต้องติดตามท่าทีจากทาง กกต. ว่าจะมีแถลงการณ์ตอบโต้หรือชี้แจงอย่างไรต่อข้อกล่าวหาของกลุ่ม ส.ว.สำรอง รวมถึงกระบวนการพิจารณาเบื้องต้นของศาลฎีกาว่าจะรับคำร้องนี้ไว้พิจารณาไต่สวนหรือไม่ ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทิศทางทางการเมืองไทยในระยะอันใกล้นี้
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น