4 ข้อผิดพลาดที่ทำให้ตัวเลข Arbitrage ในตลาด Prediction Market หลอกตาคุณ
เจาะลึกบทเรียนจากการตรวจสอบข้อมูลบน Polymarket และ Kalshi ที่เผยให้เห็นว่าช่องว่างราคาทำเงินที่แท้จริงหายไปไหน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- การเรียงลำดับราคา Ask ของ Polymarket อาจทำให้สับสนระหว่างราคาที่ดีที่สุดกับแย่ที่สุด
- การคำนวณต้นทุนต้องใช้ราคาเฉลี่ยจากการเดินไต่ระดับความลึก (Walk the ladder) ไม่ใช่แค่มองราคาบนสุด
- ค่าธรรมเนียมแปรผันตามความน่าจะเป็น (p) สามารถกินกำไรส่วนต่างทั้งหมดได้
- การจับคู่ตลาดต่างแพลตฟอร์มด้วยข้อความที่คล้ายกันมักนำไปสู่ความผิดพลาดเรื่องทิศทางราคา
หลังจากใช้เวลาหลายเดือนในการดึงและตรวจสอบข้อมูลสมุดคำสั่งซื้อ (Order-book) และ Oracle จากแพลตฟอร์มตลาดทำนายผลอย่าง Polymarket และ Kalshi สำหรับงานวิจัยส่วนตัว นักพัฒนาพบว่าตัวเลขผลกำไรจากการทำ Arbitrage ข้ามแพลตฟอร์มที่เคยคำนวณไว้นั้นไม่ถูกต้อง โดยมีสาเหตุจากข้อผิดพลาด 4 ประการที่ดูเรียบง่ายแต่ทรงพลังในการสร้างผลลัพธ์ที่ดูน่าประทับใจแต่ใช้งานจริงไม่ได้เลย
ข้อผิดพลาดจุดแรกเกิดขึ้นจากรูปแบบการส่งข้อมูลของระบบ CLOB บน Polymarket ที่ส่งรายการราคา Ask เรียงจากมากไปหาน้อย หากนักพัฒนาอ่านค่าจาก asks[0] โดยคาดหวังว่าจะได้ราคาที่ดีที่สุด จะกลายเป็นการหยิบราคาที่แพงที่สุดในระบบมาแทน ความผิดพลาดนี้มีความอันตรายเพราะระบบทำงานล้มเหลวโดยไม่มีการแจ้งเตือนและชวนให้เข้าใจผิดว่าถูกต้อง ในเครื่องมือสแกนตัวหนึ่งเคยทำให้ตลาดดูเหมือนไม่มีสภาพคล่องเพราะราคา Ask สูงถึง 0.99 จนโปรแกรมรายงานว่าไม่มีโอกาสทำกำไรเลยตลอดหลายวัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ข้อผิดพลาดจุดที่สองเกี่ยวข้องกับการคำนวณขนาดคำสั่งซื้อ ภาพหน้าจอส่วนใหญ่เปรียบเทียบเฉพาะราคาที่ดีที่สุด (Best price) ซึ่งมักจะมีปริมาณหุ้นรองรับอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากต้องการลงทุนด้วยเงิน 100 ดอลลาร์ ตัวเลขที่แท้จริงที่ต้องสนใจคือราคาเฉลี่ยหลังจากเดินไต่ระดับราคาลงไปในสมุดคำสั่งซื้อ (Walking the ladder) บนตลาดที่มีสภาพคล่องน้อย ความแตกต่างระหว่างราคาบนสุดกับเงินลงทุน 100 ดอลลาร์มักจะมีค่ามากกว่าส่วนต่างกำไรทั้งหมดที่คาดหวังไว้เสียอีก
จุดที่สามคือเรื่องของค่าธรรมเนียมที่เครื่องมือสาธารณะหลายตัวยังคงคิดว่าเป็นศูนย์ ทั้ง Polymarket และ Kalshi ต่างเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้เล่นตามสูตรความแปรปรวน โดยอัตราของ Polymarket จะขึ้นอยู่กับหมวดหมู่ตลาด เช่น คริปโตจะเสียค่าธรรมเนียมสูงสุด กีฬาอยู่ในระดับรองลงมา และการเงินกับการเมืองเสียต่ำที่สุด ส่วน Kalshi ใช้สูตรคำนวณลักษณะเดียวกันและปัดเศษขึ้นเป็นเซนต์ถัดไป ทำให้โอกาสทำกำไรที่เป็นบวกกลายเป็นติดลบได้เมื่อคำนวณค่าธรรมเนียมอย่างตรงไปตรงมา
การทำความเข้าใจกลไกโครงสร้างเบื้องหลังตลาด Prediction Market ช่วยให้เห็นภาพชัดเจนว่าเหตุใดโอกาสทำกำไรแบบไร้ความเสี่ยง (Arbitrage) จึงหายากมากในทางปฏิบัติ ผู้สร้างสภาพคล่อง (Market Maker) มักจะตั้งราคาซื้อและขายห่างกันเพียงแค่หนึ่งทิก (One tick) และอ้างอิงราคาจากโมเดลภายในที่มีความสอดคล้องกัน ดังนั้น ตลาดที่มีสภาพคล่องน้อยจึงไม่ได้หมายความว่าราคาจะไร้ระเบียบเสมอไป
ข้อผิดพลาดจุดสุดท้ายที่สร้างความประหลาดใจมากที่สุดคือการจับคู่ตลาดผิดพลาด เมื่อเปรียบเทียบตลาดระหว่างสองแพลตฟอร์ม การใช้ความคล้ายคลึงกันของข้อความ (Fuzzy string similarity) เพียงอย่างเดียวมักจะจับคู่ผิดพลาดเสมอ กลไกการจับคู่ที่ดีจึงต้องมีระบบคัดกรองที่เข้มงวด เช่น หน้าต่างเวลาการตัดสินผล ความทับซ้อนของตัวเลขสตรีค และคำปฏิเสธทิศทาง พร้อมทั้งใส่คะแนนความเชื่อมั่น (Confidence score) ลงไปในทุกแถวข้อมูล
ที่มา: Dev.to
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น