Kevin Mandia ระดมทุน 255.5 ล้านดอลลาร์ให้ Armadin
Kevin Mandia ผู้ก่อตั้ง Mandiant ระดมทุน Series B มูลค่า 255.5 ล้านดอลลาร์สำหรับ Armadin สตาร์ทอัพด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ด้วยมูลค่าบริษัทกว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Kevin Mandia ระดมทุน 255.5 ล้านดอลลาร์สำหรับ Armadin ในรอบ Series B
- บริษัทมีมูลค่าพุ่งสูงถึงกว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์หลังเปิดตัวได้เพียง 6 เดือน
- การระดมทุนนำโดย Andreessen Horowitz และ Accel ร่วมด้วยกองทุนชั้นนำหลายแห่ง
- Armadin ใช้ระบบ agentic swarms ตรวจสอบความปลอดภัยแบบเรียลไทม์สำหรับองค์กร
Kevin Mandia อดีตผู้ก่อตั้งบริษัทความปลอดภัยไซเบอร์ชื่อดัง Mandiant ซึ่งเคยถูก Google ซื้อกิจการไปด้วยมูลค่า 5.4 พันล้านดอลลาร์ในปี 2022 ได้กลับมาสร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการระดมทุนครั้งใหม่ให้กับสตาร์ทอัพล่าสุดที่มีชื่อว่า Armadin โดยในรอบ Series B นี้บริษัทสามารถกวาดเงินลงทุนไปได้มากถึง 255.5 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้มูลค่าบริษัทพุ่งทะยานเกินกว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์ทันทีตามการประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
สำหรับการระดมทุนรอบดังกล่าวมีบริษัทลงทุนชื่อดังระดับโลกอย่าง Andreessen Horowitz และ Accel เป็นแกนนำในการสนับสนุน พร้อมด้วย VC ชั้นนำอีกหลายรายเข้าร่วมสมทบ เช่น Bain Capital Ventures, Redpoint, 8VC, Ballistic Ventures, Google Ventures, In-Q-Tel, Kleiner Perkins และ Menlo Ventures ซึ่งถือเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งสำหรับก้าวต่อไปของบริษัท
ความน่าสนใจคือการระดมทุนรอบนี้เกิดขึ้นเพียงแค่ 6 เดือนหลังจากที่ Armadin เพิ่งจะปิดดีลระดมทุนรอบ Series A ไปได้ 190 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดระดมทุนรวมทั้งหมดของสตาร์ทอัพรายนี้ทะยานผ่านหลัก 445 ล้านดอลลาร์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นอย่างสูงจากนักลงทุนในตลาดเทคโนโลยีปัจจุบัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในด้านของเทคโนโลยี Armadin มุ่งเน้นการให้บริการระบบป้องกันภัยไซเบอร์แบบทำงานตลอด 24 ชั่วโมงสำหรับองค์กรธุรกิจ โดยเป็นการพลิกโฉมรูปแบบการทดสอบระบบป้องกันแบบดั้งเดิมที่อาศัยผู้เชี่ยวชาญคอยเจาะระบบเพื่อหาช่องโหว่ มาเป็นการใช้ฝูงเอเจนต์อัตโนมัติหรือ agentic swarms ที่คอยประสานการทำงานเพื่อค้นหาและเชื่อมโยงช่องโหว่เข้าด้วยกันในการจำลองการแฮก
การที่ Armadin เลือกใช้แนว agentic swarms สะท้อนให้เห็นทิศทางใหม่ของวงการความปลอดภัยไซเบอร์ ที่ต้องอาศัยปัญญาประดิษฐ์ความเร็วสูงเพื่อรับมือกับภัยคุกคามในยุคที่ AI ถูกนำมาใช้โจมตีเช่นกัน การที่บริษัทระดมทุนได้อย่างรวดเร็วในเวลาเพียงครึ่งปีสะท้อนว่าตลาดองค์กรกำลังต้องการระบบป้องกันเชิงรุกที่ทำงานอัตโนมัติอย่างต่อเนื่อง แทนที่จะเป็นการทดสอบแบบรอบปีแบบเดิม
แนวคิดเบื้องหลังนวัตกรรมนี้คือการช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถค้นหาและอุดรูรั่วในระบบได้ก่อนที่เหล่าอาชญากรไซเบอร์ หรือแม้แต่ห้องปฏิบัติการ AI ที่มีเอเจนต์อันตราย จะสามารถใช้เทคโนโลยีดังกล่าวมาโจมตีระบบขององค์กรได้ทันท่วงที
ที่มา: TechCrunch
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น