ลูก้า โมดริช รับรู้สึกละอายใจหลังโครเอเชียพ่ายอังกฤษ 0-7
ลูก้า โมดริช กัปตันทีมชาติโครเอเชียวัย 41 ปี เผยความรู้สึกอับอายหลังพ่ายอังกฤษยับเยิน 0-7 ในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก ที่ริเยกา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ลูก้า โมดริช เผยความรู้สึกละอายใจเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี
- โครเอเชียพ่ายอังกฤษยับเยิน 7-0 คาบ้านในเมืองริเยกา
- แฮร์รี่ เคน ทำคนเดียวสองประตูให้ทัพสิงโตคำราม
- โครเอเชียรั้งอันดับ 3 ของกลุ่มและเตรียมพบสเปนวันอังคารนี้
ลูก้า โมดริช กองกลางวัย 41 ปี ออกมาเปิดเผยความรู้สึกหลังเกมการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก ว่าเขารู้สึกละอายใจเป็นครั้งแรกตลอดระยะเวลา 20 ปีในการเล่นให้แก่ทีมชาติโครเอเชีย โดยระบุว่านี่คือค่ำคืนที่หายนะที่สุดครั้งหนึ่ง หลังจากพ่ายแพ้ต่อทีมชาติอังกฤษอย่างขาดลอย
เกมการแข่งขันที่สนามในเมืองริเยกา โครเอเชียภายใต้การคุมทีมรอบสองของสลาเวน บิลิช ต้องพบกับความปราชัยสุดช็อก โดยในครึ่งแรกสถานการณ์ย่ำแย่จนตามหลังถึง 0-5 ตั้งแต่ก่อนที่โมดริชจะถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในนาทีที่ 57 และต้องนั่งมองเพื่อนร่วมทีมเล่นข้างสนามจนจบเกมด้วยความพ่ายแพ้ 0-7
สำหรับประตูในนัดนี้ของอังกฤษมาจากแฮร์รี่ เคน ที่ทำได้ 2 ประตู ร่วมด้วยจู๊ด เบลลิงแฮม, แอนโธนี กอร์ดอน, บูกาโย ซาก้า ที่ทำคนละประตู และมอร์แกน โรเจอร์ส ที่ทำประตูปิดท้ายในช่วงท้ายเกม ส่งผลให้อังกฤษโชว์ฟอร์มการเล่นเกมรุกได้อย่างยอดเยี่ยม

ภาพโดย Vishal Butolia / Unsplash
ก่อนหน้านี้โครเอเชียเริ่มต้นยุคใหม่ภายใต้กุนซือสลาเวน บิลิช ได้ดีด้วยการบุกไปชนะสาธารณรัฐเช็ก 2-1 ก่อนจะบุกไปพ่ายแชมป์โลกอย่างสเปน 4-1 และมีคะแนนเท่ากับทีมชาติอังกฤษของโธมัส ทูเคิล ก่อนจะมาพลาดท่าแพ้ในนัดนี้
"เราต้องตั้งสติและรวมพลังกันไว้ เพราะเกมที่ยากลำบากรอเราอยู่ข้างหน้า"
ลูก้า โมดริช
สถานการณ์ในกลุ่ม A3 ตอนนี้โครเอเช็ยร่นมาอยู่อันดับที่ 3 ของตาราง และต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อรักษาความอยู่รอดในลีกสูงสุด โดยโปรแกรมต่อไปพวกเขาจะต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของสเปนในเมืองสปลิตวันอังคารนี้ ก่อนจะปิดท้ายรอบแบ่งกลุ่มด้วยการไปเยือนอังกฤษในวันที่ 12 พฤศจิกายน และเปิดบ้านพบสาธารณรัฐเช็กในวันที่ 15 พฤศจิกายน
ความพ่ายแพ้ด้วยสกอร์ 0-7 ถือเป็นหนึ่งในความปราชัยครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ทีมชาติโครเอเชีย สะท้อนให้เห็นถึงรอยร้าวในเกมรับและการขาดความดุดันในแดนกลาง แม้ทีมจะมีนักเตะระดับตำนานอย่างลูก้า โมดริช ประคองทีมอยู่ แต่การถ่ายเลือดใหม่ภายใต้กุนซือสลาเวน บิลิช ก็ยังต้องใช้เวลาปรับจูนอีกมากเพื่อรับมือกับชาติตัวเต็งในยุโรป
ที่มา: BBC Sport
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น