ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ศุภชัยยื่นหนังสือทักท้วงโรม ปมบรรจุวาระไร้มติ กมธ.

นายศุภชัย โพธิ์สุ ยื่นหนังสือแย้งการทำงานของนายรังสิมันต์ โรม ประธาน กมธ.ความมั่นคงฯ กรณีบรรจุวาระไร้มติคณะกรรมการ พร้อมเตือนอาจส่งผลกระทบต่อทั้งคณะ

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
07 Oct 2026ที่มา: Matichon Politics2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ศุภชัยยื่นหนังสือทักท้วงโรม ปมบรรจุวาระไร้มติ กมธ.

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • นายศุภชัย โพธิ์สุ ทำหนังสือทักท้วงการทำงานของประธาน กมธ.ความมั่นคงฯ
  • ประเด็นสำคัญคือการบรรจุวาระการประชุมโดยไม่มีมติจากคณะกรรมาธิการ
  • ย้ำชัดเจนว่าประธาน กมธ. ไม่มีอำนาจในการตรวจสอบกรณีของนางสาวสุชาดา
  • เตือนการกระทำดังกล่าวอาจส่งผลกระทบทางกฎหมายต่อกรรมการทั้งคณะ

นายศุภชัย โพธิ์สุ ได้ยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการเพื่อทักท้วงการทำหน้าที่ของประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ โดยระบุถึงปัญหาการบรรจุวาระการประชุมที่ดำเนินการโดยไม่มีมติเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมาธิการ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อขั้นตอนและระเบียบปฏิบัติอัน and พึงมีในการดำเนินงานของคณะกรรมการชุดดังกล่าว

ในหนังสือทักท้วงฉบับนี้ นายศุภชัยได้เน้นย้ำถึงข้อจำกัดทางอำนาจหน้าที่ โดยระบุว่าประธานคณะกรรมาธิการไม่มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการสั่งตรวจสอบกรณีของนางสาวสุชาดาตามที่ได้ดำเนินการไป การฝ่าฝืนกรอบอำนาจนี้อาจนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายและการร้องเรียนที่สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือขององค์กร

กรณีความขัดแย้งภายในคณะกรรมาธิการชุดนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจที่เข้มข้นระหว่างสมาชิกและประธานในคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมักมีประเด็นเรื่องขอบเขตอำนาจหน้าที่และการตีความข้อบังคับการประชุมเข้ามาเกี่ยวข้องบ่อยครั้ง การทักท้วงด้วยลายลักษณ์อักษรในลักษณะนี้จึงเป็นกลไกสำคัญในการบันทึกข้อโต้แย้งทางกฎหมายเพื่อป้องกันความรับผิดชอบร่วมกันของกรรมาธิการคนอื่นๆ ในอนาคต

นอกจากนี้ นายศุภชัยยังได้ส่งสัญญาณเตือนไปยังเพื่อนสมาชิกและผู้ที่เกี่ยวข้องว่า การพิจารณาเรื่องต่างๆ โดยปราศจากมติที่ชอบด้วยกฎหมายของที่ประชุม อาจเปิดช่องให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบยื่นเรื่องร้องเรียนเอาผิดทางวินัยหรืออาญากับกรรมาธิการทั้งคณะได้ ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการทำงานในภาพรวมของสภา

Thailand government office meeting room

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทุกฝ่ายในคณะกรรมาธิการต้องหันมาทบทวนข้อบังคับและขอบเขตอำนาจอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาหรือการใช้อำนาจเกินขอบเขตในการประชุมครั้งต่อๆ ไป

ที่มา: Matichon Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้