รายงานอังกฤษชี้เด็กเสี่ยงถูกวินิจฉัยโรคสมาธิสั้นและออทิสติกเกินจริง
ผลการศึกษาทางการแพทย์ในอังกฤษเตือนเคสวินิจฉัย ADHD และออทิสติกพุ่งสูงเกินคาดในรอบ 25 ปี พร้อมแนะปฏิรูปกฎระเบียบบริษัทเอกชนและการเข้าถึงความช่วยเหลือ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ผลการทบทวนทางการแพทย์ในอังกฤษพบความเสี่ยงของการวินิจฉัย ADHD และออทิสติกที่มากเกินไป
- สถิติชี้เด็กอายุ 6 ถึง 17 ปีมากกว่า 4% ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นออทิสติก ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไป
- รายงานเรียกร้องให้คุมเข้มบริษัทเอกชนที่ให้บริการประเมินอาการและห้ามโฆษณา
- เด็กที่ได้รับการวินิจฉัยก่อนอายุ 17 ปีมีความเสี่ยงสูงที่จะหลุดจากระบบการศึกษาและการทำงาน
ผลการศึกษาอย่างเป็นทางการในประเทศอังกฤษ ซึ่งนำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้า เปิดเผยว่ากำลังมีความเสี่ยงที่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน จะได้รับการวินิจฉัยโรคสมาธิสั้นหรือ ADHD และภาวะออทิสติกมากจนเกินความจำเป็น หลังจากตัวเลขการวินิจฉัยในช่วง 25 ปีที่ผ่านมาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนแซงหน้าอัตราที่คาดการณ์ไว้ตามประชากรทั่วไป
รายงานฉบับดังกล่าวซึ่งถูกสั่งการโดย เวส สตรีทิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้นเมื่อ 10 เดือนก่อน ยังได้เรียกร้องให้มีการควบคุมกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้นต่อบริษัทเอกชนที่รับหน้าที่ประเมินอาการป้อนให้กับระบบสุขภาพแห่งชาติ หรือ NHS เนื่องจากมีความกังวลด้านคุณภาพและความสม่ำเสมอ รวมถึงเสนอให้มีการแบนการโฆษณาของบริษัทเหล่านี้ด้วย
สาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ขับเคลื่อนปัญหาดังกล่าวมาจากการผสมผสานระหว่างความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและอิทธิพลของสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งกระตุ้นให้ปัญหาสุขภาพจิตในหมู่คนรุ่นใหม่เพิ่มสูงขึ้น คณะผู้จัดทำรายงานระบุว่าจำเป็นต้องมีการจัดวางระบบสนับสนุนที่ดีขึ้นสำหรับทุกสภาพอาการ ไม่ควรปล่อยให้การวินิจฉัยกลายเป็นเพียงป้ายตีตราที่จำกัดศักยภาพของบุคคล
ข้อมูลจากรายงานระบุว่า เด็กที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นออทิสติกและ ADHD ก่อนอายุ 17 ปี มีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นกลุ่มเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษา การจ้างงาน หรือการฝึกอบรม (NEET) สูงกว่าเด็กทั่วไปถึงประมาณ 4 เท่าในช่วงอายุ 16 ถึง 24 ปี หากได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมหลังจากได้รับการวินิจฉัยแล้ว พวกเขาจะมีโอกาสใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพมากขึ้น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"คุณจะต้องเข้าไปอยู่ในรายชื่อรอและรอไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงคิวบนสุด"
ไรอัน พ่อของเด็กชายแอตลาส
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่หลายคนต้องเผชิญกับการวินิจฉัยที่มากเกินไป อีกด้านหนึ่งกลับมีผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาระยะเวลารอคอยการประเมินที่ยาวนาน ครอบครัวของ ไรอัน ต้องใช้เวลาถึง 3 ปีเต็มจึงจะสามารถเข้ารับการประเมินออทิสติกให้กับ แอตลาส ลูกชายวัยเกือบ 7 ขวบของเขา ซึ่งปัจจุบันยังคงไม่สามารถพูดได้และต้องพึ่งพาการดูแลในทุกกิจวัตรประจำวัน โดยไม่มีช่องทางด่วนสำหรับเด็กที่มีความซับซ้อนสูง
ในมุมมองเชิงวิเคราะห์ การที่ภาครัฐต้องเร่งทบทวนกระบวนการวินิจฉัยโรคกลุ่มระบบประสาทและพัฒนาการ (Neurodiversity) สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายเชิงโครงสร้างระหว่างความต้องการความช่วยเหลือจากสังคมที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด กับข้อจำกัดของระบบสาธารณสุข การพยายามแยกระหว่างความแตกต่างตามธรรมชาติของมนุษย์กับอาการที่ต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์ถือเป็นก้าวสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้ทรัพยากรถูกใช้ไปกับการตีตราผู้คนในขณะที่ผู้ป่วยอาการหนักจริงๆ กลับต้องรอคอยคิวนานหลายปี
เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว รายงานจึงเสนอให้มีการประเมินผู้ที่อยู่ในคิวรอใหม่อีกครั้ง เพื่อจัดลำดับความสำคัญให้กับผู้ที่มีความต้องการสูงสุด พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้รับความช่วยเหลือรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่การแพทย์ เช่น การปรับสภาพแวดล้อมในโรงเรียน ที่ทำงาน หรือการดูแลสุขอนามัยการนอนหลับและการจัดการความวิตกกังวล โดยไม่ต้องผูกขาดความช่วยเหลือทั้งหมดไว้ที่การมีใบวินิจฉัยเพียงอย่างเดียว
ที่มา: BBC Health
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น