Rivian พัฒนาโครงสร้าง AI agents ควบคุมระบบรถยนต์
Rivian เปิดตัวเฟรมเวิร์ก AI agents ควบคุมรถยนต์ รองรับคำสั่งเสียงปรับอุณหภูมิและเชื่อมต่อแอปภายนอก เช่น Google Calendar เตรียมผสานบริการ AI ยุคใหม่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Rivian พัฒนาโครงสร้าง AI agents ในองค์กรเพื่อควบคุมระบบรถยนต์ผ่านคำสั่งเสียง
- ระบบสามารถสั่งการฟังก์ชันภายใน เช่น ปรับอุณหภูมิ หรือเปิดเบาะอุ่น
- เชื่อมต่อกับบริการภายนอกอย่าง Google Calendar ได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
- เตรียมผสานเทคโนโลยีจากบริษัท AI ชั้นนำในอนาคตเพื่อเพิ่มความสามารถ
Rivian ได้พัฒนาเฟรมเวิร์ก AI agents แบบ in-house สำหรับรถยนต์ของบริษัท โดยระบบดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อทำความเข้าใจความต้องการของผู้ขับขี่เมื่อสื่อสารด้วยเสียง และทำการส่งคำสั่งไปยังส่วนที่ถูกต้องของซอฟต์แวร์ภายในรถยนต์ได้อย่างแม่นยำ
การทำงานส่วนใหญ่ในเบื้องต้นจะเป็นคำสั่งพื้นฐานที่ผู้ใช้งานคุ้นเคย เช่น การขอให้รถปรับลดอุณหภูมิ เปิดระบบทำความร้อนที่เบาะนั่ง หรือแม้กระทั่งการสรุปข่าวสารประจำวันให้ผู้ขับขี่ฟังระหว่างเดินทาง
การที่ค่ายรถยนต์หันมาพัฒนาเฟรมเวิร์ก AI agents ของตนเอง สะท้อนถึงความพยายามในการควบคุมประสบการณ์ผู้ใช้งาน (User Experience) และความปลอดภัยของข้อมูลภายในรถยนต์ แทนที่จะพึ่งพาบริการภายนอกเพียงอย่างเดียว การเชื่อมต่อกับ AI ยุคใหม่จะช่วยเปลี่ยนรถยนต์ให้กลายเป็นผู้ช่วยส่วนตัวเคลื่อนที่ แต่ความท้าทายสำคัญคือการรักษาเสถียรภาพและความปลอดภัยในการขับขี่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกเหนือจากการควบคุมฟังก์ชันพื้นฐานแล้ว ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา AI agents ของ Rivian ยังมีความสามารถในการเข้าถึงแอปพลิเคชันภายนอกอย่าง Google Calendar ได้อีกด้วย ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการจัดการตารางชีวิตประจำวันของผู้ขับขี่
ทางด้าน RJ Scaringe ผู้บริหารของ Rivian ได้เปิดเผยในงาน Disrupt ว่า ขั้นตอนต่อไปคือการนำผลิตภัณฑ์จากบริษัท AI แถวหน้าเข้ามาร่วมใช้งาน แต่เขาก็ยอมรับว่าการทำให้เทคโนโลยีเหล่านี้ทำงานได้อย่างราบรื่นภายในรถยนต์ไม่ใช่เรื่องง่าย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
แนวทางการพัฒนานี้มองว่าการใช้งาน AI ในรถยนต์น่าจะเป็นส่วนต่อขยายจากการใช้งานแอปพลิเคชันประเภท agentic ในชีวิตประจำวันของผู้คน โดย Rivian จำเป็นต้องหาวิธีเชื่อมโยงรถยนต์เข้ากับบริบทข้อมูลทั้งหมดที่แอปพลิเคชันอย่าง Muse จัดเก็บไว้เกี่ยวกับผู้ใช้งานแต่ละคน เพื่อให้การทำงานมีความต่อเนื่องและชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น
ที่มา: TechCrunch
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น