รังสิมันต์ โรม โต้ ศุภชัย ปมจริยธรรม ชี้ตรวจสอบเว็บพนัน
รังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน โต้ ศุภชัย ใจสมุทร ปมเตรียมร้อง ป.ป.ช. สอบจริยธรรม ชี้ความขัดแย้งเกิดจากการตรวจสอบคนสีน้ำเงินโยงเว็บพนัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- รังสิมันต์ โรม โต้กลับกรณีศุภชัย ใจสมุทร เตรียมร้อง ป.ป.ช. สอบจริยธรรม
- ชี้ประเด็นขัดแย้งไม่ใช่ข้อกฎหมาย แต่เป็นการตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องเว็บพนัน
- ระบุการวอล์กเอาต์และตีรวนมุ่งบั่นทอนระบบตรวจสอบของฝ่ายค้าน
เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาตอบโต้กรณีนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ที่เตรียมเดินทางไปยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อตรวจสอบจริยธรรม โดยนายรังสิมันต์ระบุว่าตนยังไม่ได้รับทราบรายละเอียดทั้งหมด แต่ในกระบวนการทางกฎหมายนั้น การถูกร้องเรียนไม่ได้หมายความว่าผู้ถูกกล่าวหาจะต้องมีความผิดเสมอไป และยืนยันว่าการทำงานที่ผ่านมาไม่มีสิ่งใดที่ผิดกฎหมาย
นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า ประเด็นการประชุมเรื่องสินบน 40 ล้านบาทได้มีการหยิบยกมาอภิปรายและพิจารณาหลายครั้งแล้ว หากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยติดใจในประเด็นดังกล่าว ควรจะแสดงท่าทีคัดค้านมาตั้งแต่ช่วงแรก แต่กลับเพิ่งมาแสดงความไม่เห็นด้วยในตอนนี้ เนื่องจากเรื่องราวดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีส่วนพัวพันกับประเด็นเว็บพนันออนไลน์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การปะทะคารมระหว่าง สส. ฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาลในคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ มักสะท้อนถึงแรงกดดันทางการเมืองเมื่อการตรวจสอบเริ่มเข้าใกล้บุคคลสำคัญหรือเครือข่ายของผู้มีอำนาจ การหยิบยกประเด็นเรื่องจริยธรรมมาฟ้องร้องจึงเป็นเครื่องมือหนึ่งในการต่อ องศาทางการเมืองเพื่อลดความน่าเชื่อถือของการทำงานในสภา
ประธาน กมธ. การกฎหมายฯ ยังได้กล่าวเน้นย้ำด้วยว่า พฤติกรรมต่างๆ เช่น การวอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุม หรือการพยายามตีรวนระหว่างการทำงาน สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการบั่นทอนประสิทธิภาพของระบบตรวจสอบที่ฝ่ายค้านกำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งสังคมย่อมจับตาดูพฤติกรรมเหล่านี้และอาจตีความได้ว่าเป็นการพยายามปกป้องผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด
"สิ่งที่นายศุภชัย ควรทำคือ ใจเย็นๆ เราทำงานตรวจสอบก็ว่ากันที่พยานหลักฐาน"
รังสิมันต์ โรม
ในตอนท้าย นายรังสิมันต์ได้ฝากข้อความถึงนายศุภชัยให้ใจเย็นลงและปล่อยให้กระบวนการตรวจสอบเดินหน้าไปตามพยานหลักฐานที่มีอยู่ พร้อมทั้งยืนยันว่าการทำหน้าที่ของตนเป็นไปตามกรอบของกฎหมายและหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น