ข้ามไปเนื้อหาหลัก

โรมซัดศุภชัย ปมกมธ.เรียกนายกฯ แจง ยันชอบด้วยกฎหมาย

รังสิมันต์ โรม ประธาน กมธ.การกฎหมายฯ โต้ศุภชัย ใจสมุทร ยันมติ 7 ต่อ 0 เสียงเรียกอนุทิน ชาญวีรกูล แจงปมร้อนชอบด้วยกฎหมาย เมื่อ 6 พ.ย. 2569

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
สด06 Nov 2026ที่มา: Khaosod Politics2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
โรมซัดศุภชัย ปมกมธ.เรียกนายกฯ แจง ยันชอบด้วยกฎหมาย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • รังสิมันต์ โรม โต้ศุภชัย ใจสมุทร ปม กมธ.กฎหมายฯ มีมติเรียกนายกรัฐมนตรีมาชี้แจง
  • ยืนยันมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 เสียง ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ
  • เตือนอย่าพยายามครอบงำสภาผู้แทนราษฎรหรือเปลี่ยนให้กลายเป็นสภาสีน้ำเงิน

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 เพื่อตอบโต้กรณีนายศุภชัย ใจสมุทร และคณะ สส.พรรคภูมิใจไทย ได้ร่วมกันแถลงข่าววิพากษ์วิจารณ์การทำงานของคณะกรรมาธิการ

ประเด็นความขัดแย้งดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ได้ลงมติด้วยคะแนนเสียงเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 เสียง เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 เวลา 16.15 น. ให้เชิญตัวนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้ามาให้ถ้อยคำและชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร

Thailand government building press conference hall

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

7-0มติเอกฉันท์ของ กมธ.

ทางด้านนายรังสิมันต์ โรม ได้กล่าวตำหนิทางฝั่งของนายศุภชัยว่าควรเลิกพฤติกรรมชี้นิ้วตำหนิบุคคลอื่น ทั้งที่ตนเองไม่ได้เดินทางมาเข้าร่วมการประชุมในครั้งดังกล่าว พร้อมทั้งกล่าวหาว่าเป็นการกระทำลักษณะแพ้แล้วพยายามตีรวนเพื่อเบี่ยงเบนประเด็น

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"ยัน มติกมธ.เรียกนายกฯ ชอบด้วยกฎหมาย ลั่น ไม่มีวันยอม อย่าหวังกินรวบเปลี่ยนเป็น สภาสีน้ำเงิน"

รังสิมันต์ โรม

นอกจากนี้ ประธาน กมธ.การกฎหมายฯ ยังได้แสดงจุดยืนอย่างหนักแน่นว่า จะไม่มีวันยอมให้เกิดการครอบงำอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และเตือนไม่ให้มีความพยายามที่จะเปลี่ยนสภาพของสภาผู้แทนราษฎรให้กลายเป็นพื้นที่อิทธิพลหรือที่เรียกว่าสภาสีน้ำเงินอย่างเด็ดขาด

กรณีความขัดแย้งระหว่างคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎรกับฝ่ายบริหาร สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจทางการเมืองที่มักมีความตึงเครียดสูง เมื่อพรรคการเมืองฝ่ายค้านหรือประธานกมธ.จากฝั่งฝ่ายค้านใช้กลไกสภาในการเรียกบุคคลสำคัญระดับผู้นำรัฐบาลมาซักถาม ซึ่งมักนำไปสู่การปะทะคารมและการตีความอำนาจหน้าที่ตามข้อบังคับการประชุมสภา

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้